Short Film Competition Project 2
หัวข้อ "เร่งรัด สร้างสรรค์ ร่วมใจ หยุดยั้งภัยวัณโรค"
ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

หลักการและเหตุผล
ปัจจุบัน "สื่อ" มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทำให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับโรคภัยต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น โรคเอดส์ วัณโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นต้น ซึ่งความรู้สึกรังเกียจต่อผู้ติดเชื้อก็ค่อยๆ จางลง นำไปสู่ความพยายามหาวิธีการรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ดีที่สุด และเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตกระทันหันส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุของโรคฉวยโอกาส
"วัณโรค" เป็นโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจในปี 2534-2535 พบว่าประชากร 1 ใน 3 มีการติดเชื้อวัณโรคแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยเป็น 1 ใน 22 ประเทศที่วัณโรคยังเป็นปัญหารุนแรง และเป็น 1 ใน 27 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรคดื้อยาอย่างรุนแรง อีกทั้งยังมีการเลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วย และการรังเกียจต่อผู้ป่วยยังคงเป็นปัญหาสำคัญ เพราะประชาชนทั่วไปรับทราบข้อมูลด้านวัณโรคยังไม่ทั่วถึง
สำนักวัณโรคกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิรักษ์ไทย องค์กรพัฒนาท้องถิ่นที่ทำงานด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก ในโครงการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเอดส์และอนามัยเจริญพันธุ์ โครงการส่งเสริมอาชีพ โครงการส่งเสริมการศึกษาสำหรับเยาวชน และโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มองเห็นถึงประโยชน์ของสื่อภาพยนตร์ เพื่อการรณรงค์นวัตกรรมสู่เส้นทางเร่งรัดขจัดภัยวัณโรค On the move against tuberculosis innovate to accelerate action จึงจึงได้จัดโครงการประกวดภาพยนตร์สั้น Short Film Competition Project 2 หัวข้อ "เร่งรัด สร้างสรรค์ ร่วมใจ หยุดยั้งวัณโรค" โดยให้นิสิตนักศึกษาได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านการผลิตสื่อประเภทภาพยนตร์สั้น นำเสนอแง่มุมเชิงบวกเกี่ยวกับผู้ป่วยวัณโรค
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างสรรค์งานหนังสั้น ถ่ายทอดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจประเด็นปัญหา การป้องกันวัณโรค
และการดูแลผู้ป่วยวัณโรคโดยชุมชน
2. เพื่อให้นิสิตนักศึกษาใช้ความรู้ความสามารถด้านการผลิตสื่อออกสู่สาธารณชน และสามารถนำผลงาน
การผลิตไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้
3. เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้มีเวทีในการแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถและศักยภาพของตนเองอย่างสร้างสรรค์
4. เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี และลดการรังเกียจต่อผู้ป่วยวัณโรค
5. เพื่อให้ผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคสามารถปฏิบัติตัวและช่วยเหลือผู้ป่วยวัณโรคได้อย่างถูกต้อง
6. เพื่อให้ได้ซึ่งองค์ความรู้และลดระยะเวลาการรักษาให้สั้นลง ตลอดจนการรักษาวัณโรคดื้อยาหลายขนาน
ระยะเวลา กุมภาพันธ์ – ตุลาคม 2553
ประเด็นหลักที่สำคัญ
• กิจกรรมและเทคโนโลยีในการป้องกันวัณโรค
• วัณโรคเป็นโรคที่ไม่น่ากลัว
• การมีส่วนร่วมของชุมชน: เป็นพี่เลี้ยงดูแล ให้กำลังใจ และการกำกับการกินยาของผู้ป่วยวัณโรคโดยพี่เลี้ยง
(DOT Watcher) กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นวัณโรค
• ประชากรข้ามชาติ
• ชุมชนชายแดน
• ชุมชนแออัด
• ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์
• คนในสถานกักกัน (เรือนจำ)
คุณสมบัติผู้สมัครประเภทนักศึกษา
นิสิตนักศึกษา ระดับอุดมศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี
ขั้นตอนและกติกาการประกวดภาพยนตร์สั้น
1. การสมัคร
• สมัครเป็นทีมๆ ละไม่เกิน 5 คน (ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2553)
• ส่งใบสมัครการประกวดหนังสั้น พร้อมเอกสารของผู้สมัครทุกคนดังนี้
1.1 รูปถ่ายแบบใดก็ได้ ขนาด 1-2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ
1.2 สำเนาบัตรประจำตัวนิสิตนักศึกษา หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบ
ส่งมาที่มูลนิธิรักษ์ไทย 185 ถนนประดิพัทธ์ ซอยประดิพัทธ์ 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
หรือ raksthai.pr@gmail.com
2. การปฐมนิเทศ
• ทุกทีมที่สมัครจะได้รับการปฐมนิเทศการให้ความรู้ในเรื่องวัณโรค จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
• ทุกทีมที่สมัครจะได้รับการปฐมนิเทศด้านการเขียนบทหนังสั้นเบื้องต้นจากนักเขียนบทมืออาชีพ
3. การเขียนบท
ทุกทีมต้องส่งเนื้อเรื่องที่คาดว่าจะผลิตเป็นหนังสั้นตามความเหมาะสม โดยมีขั้นตอนดังนี้
• เนื้อหาการเขียนบทสำคัญ
• สถานการณ์ปัญหา
• ความเข้าใจเรื่องวัณโรค : อาการ การติดต่อ การรักษา และการป้องกัน
• การลดการรังเกียจและการปรับทัศนคติต่อกลุ่มที่เป็นวัณโรค และมีโอกาสเสี่ยง
• การค้นคว้าหาข้อมูล (Research) ถือเป็นสิ่งสำคัญหลังจากพบประเด็นของเรื่องแล้ว จึงลงมือค้นคว้าหาข้อมูลเชิงประจักษ์
เพื่อเสริมรายละเอียดเรื่องราวที่ถูกต้อง จริง ชัดเจน และมีมิติมากขึ้น
• การกำหนดประโยคหลักสำคัญ (Premise) หมายถึงความคิดหรือแนวความคิดที่ง่าย ๆ ธรรมดา ส่วนใหญ่มักใช้ตั้งคำถามว่า
"เกิดอะไรขึ้นถ้า..." (What if) ตัวอย่างเช่น เกิดอะไรขึ้นถ้ามนุษย์ต่างดาวบุกโลก จากเรื่อง The Independence Day,
เกิดอะไรขึ้นถ้าวัณโรคระบาด เป็นต้น
• การเขียนเรื่องย่อ (Synopsis) คือเรื่องย่อขนาดสั้น ที่สามารถจบลงได้ 3 - 4 บรรทัด หรือหนึ่งย่อหน้า หรืออาจเขียนเป็น
Story outline เป็นร่างหลังจากที่เราค้นคว้าหาข้อมูลแล้ว ก่อนเขียนเป็นโครงเรื่องขยาย (Treatment)
• การเขียนโครงเรื่องขยาย (Treatment) เป็นการเขียนคำอธิบายของโครงเรื่อง (Plot) ในรูปแบบของเรื่องสั้น
โครงเรื่องขยายอาจใช้สำหรับเป็นแนวทางในการเขียนบทภาพยนตร์ที่สมบูรณ์ และการเขียนโครงเรื่องขยายที่ดี
ต้องมีประโยคหลักสำคัญ (Premise) ที่ง่าย ๆ
4. ทีมผู้สมัครต้องส่งเนื้อเรื่องที่คาดว่าจะผลิตเป็นหนังสั้น หัวข้อ "เร่งรัด สร้างสรรค์ ร่วมใจ ขจัดภัยวัณโรค"
โดยไม่จำกัดจำนวนหน้า
5. ประกาศผลการคัดเลือกจากเนื้อเรื่อง รอบ 10 ทีมสุดท้ายโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
6. 10 ทีมสุดท้ายลงพื้นที่เพื่อผลิตหนังสั้น โดยทุกทีมจะได้รับเงินสนับสนุนการเดินทางจากมูลนิธิรักษ์ไทย
7. ทีมที่เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายจะต้องมี Subtitle เป็นภาษาไทยประกอบผลงาน เพื่อประโยชน์แก่ผู้พิการทางหู
8. ส่งผลงานหนังสั้นในรูปแบบ DVD ความยาวไม่เกิน 10 นาที
9. ประกาศผลการคัดเลือกจากผลงานหนังสั้นในรอบสุดท้าย (โดยนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการในวัน
ประกาศผลรอบ 10 ทีมสุดท้าย)
10. ผลงานของ 10 ทีมสุดท้ายจะได้รับการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป
เงื่อนไขในการส่งเนื้อหาและผลงาน
• สามารถตั้งชื่อเรื่องตามความเหมาะสม และต้องสอดคล้องกับหัวข้อ (Theme) และเนื้อหา
• เนื้อหาต้องไม่นำเสนอในรูปแบบของการเสียดสี ล้อเลียน ศาสนา และวัฒนธรรม
• การผลิตหนังสั้นของทีมผู้ส่งเข้าประกวด ต้องเป็นผู้เตรียมอุปกรณ์การผลิต และดำเนินการผลิตเอง
โดยส่งเข้าประกวดในนามกลุ่มไม่เกิน 5 คน
• ทุกทีมต้องเข้ารับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในวันอบรมหลักสูตรการผลิตหนังสั้น
• หากมีการใช้เพลงประกอบในเนื้องาน ต้องได้รับการอนุญาตจากต้นสังกัดของเพลงนั้นๆ เสียก่อน มิเช่นนั้นทางคณะกรรมการ
ตัดสินถือว่ากระทำผิดกติกา จะถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขัน
• คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนผลงานของทีมที่เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย และสามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์
ในการรณรงค์ หรือการพัฒนาได้
• มูลนิธิรักษ์ไทยสามารถนำผลงานไปเผยแพร่เพื่อสาธารณะได้ สถานที่ถ่ายทำ ตามความเหมาะสม
หลักเกณฑ์ในการตัดสินคะแนน 100 คะแนน
1. แนวคิดในการนำเสนอ 20 %
2. เนื้อหา 30 %
3. ความคิดเชิงสร้างสรรค์ 30%
4. เทคนิคการนำเสนอ 20 %
คณะกรรมการในการตัดสิน
• ผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิรักษ์ไทย
• ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้ควบคุมการผลิตที่มีชื่อเสียงในวงการภาพยนตร์
ประเภทรางวัล แบ่งรางวัลเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
และทุนการศึกษา 50,000 บาทพร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ทุนการศึกษา 15,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
4. รางวัลมหาชน รางวัลพิเศษ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : มูลนิธิรักษ์ไทย ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์
185 ถนนประดิพัทธ์ ซอยประดิพัทธ์ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร: 0-2265-6888 ต่อ 52, 54, 33


