จิตอาสา  |  ผลิตภัณฑ์ชุมชน  |  ติดต่อเรา  |  แผนผังเว็บไซต์ |   สมาชิก   |  ข้อมูลโครงการ  |  เช็คอีเมล์
Th | En
มูลนิธิรักษ์ไทย
สมาชิกองค์การแคร์นานาชาติ
 
 
หน้าหลัก > โครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติในภูมิภาคเอเซีย
โครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติในภูมิภาคเอเซีย
ภาพรวมโครงการ

กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งในจังหวัดกระบี่

 

ความสำคัญของโครงการ

โครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติในภูมิภาคเอเซีย : จากบทเรียนที่ได้จากการสังเกตการณ์สู่บทเรียนที่ได้จากประสบการณ์ตรง หรือเรียกโดยย่อว่า โครงการ SCDRM+เป็นโครงการฝึกอบรมขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค สำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้แทนจากองค์กรประชาสังคมและชุมชน ที่เป็นผู้มีบทบาทหลักในการจัดการป้องกันภัยพิบัติ จากประเทศในภูมิภาคเอเซีย ได้แก่ อินเดีย อินโดนิเซีย มัลดีฟ ศรีสังกา และไทย เป็นการดำเนินงานในระยะเวลา 2 ปี โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะของผู้เข้าร่วมโครงการ ให้สามารถเชื่อมโยงการจัดการป้องกันภัยพิบัติในระดับองค์กรให้เข้มแข็งขึ้น อีกทั้งเพื่อสาธิตแนะนำรูปแบบ และวิธีปฏิบัติที่ดีในการจัดการป้องกันภัยพิบัติหลากหลายประเภทโดยชุมชนให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยจะทำงานร่วมกันกับหน่วยงานรัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และให้สอดคล้องกับความสามารถ และยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจของชาติและของท้องถิ่น

 

การดำเนินงานตามแนวทางนี้ จะทำให้โครงการฯ สามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาความท้าทายต่างๆ ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างกระบวนการจัดการป้องกันภัยพิบัติในประเทศของตนให้แข็งแกร่งขึ้น

 

วิธีการเบื้องต้นที่จะใช้ในการเสริมสร้างศักยภาพ คือ การเรียนรู้ผ่านโปรแกรมระบบการเรียนออนไลน์ ควบคู่กับภาคปฏิบัติที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย การเรียนรู้ภาคปฏิบัติจะประกอบด้วย การฝึกอบรมโดยตรงกับวิทยากร และการปฏิบัติงานภาคสนามที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับประสบการณ์โดยตรงจากกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไปนี้

1.การสาธิตการดำเนินงานจัดการป้องกันภัยพิบัติหลากหลายประเภทแถบชายฝั่ง ตามรูปแบบการจัดการที่เป็นวิธีการปฏิบัติที่ดี เป็นเหตุการณ์จริงที่จะใช้เป็นการสาธิตในพื้นที่เป็นกิจกรรมที่เรียกว่าเป็นห้องปฏิบัติการเรียนรู้ในชุมชนที่คัดเลือกไว้

2.การสาธิตการขยายการดำเนินงานจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติไปสู่ระดับจังหวัด เป็นการสาธิตขั้นตอนการดำเนินงานตามรูปแบบ และวิธีการที่สรุปได้จากห้องปฏิบัติการเรียนรู้ในจังหวัดต่างๆ ที่คัดเลือก

 

เมื่อสิ้นสุดโครงการ ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้ความรู้และทักษะต่างๆ ต่อไปนี้กลับไป คือ

1.วิธีการทบทวนความคืบหน้า ค้นหาจุดบกพร่องที่ยังมีการละเลย จุดที่เป็นปัญหาและอุปสรรคกีดขวางการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรในการเตรียมความพร้อม การรับมือ และการป้องกันภัยพิบัติ

2.รูปแบบและหลักการของวิธีปฏิบัติที่ดีที่นำมารวมไว้ให้เป็นชุด ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในประเทศของตนได้

3.แบบแผนวิธีการโดยละเอียดที่เป็นรูปธรรมที่ได้ทดลองปฏิบัติแล้วในพื้นที่ที่สามารถนำไปใช้ริเริ่มและดำเนินการตามกระบวนการต่างๆ ดังกล่าว ในการป้องกันภัยพิบัติหลากหลายประเภทแถบชายฝั่ง ผู้เข้าร่วมโครงการจะนำขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นไปประยุกต์จัดทำแผนปฏิบัติการของประเทศร่วมกัน เป็นแผนที่มีความเป็นไปได้ มีการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน และสามารถนำไปเสนอขอเงินสนับสนุนได้ โครงการ SCDRM จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานองค์การแคร์นานาชาติที่ประจำประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ในการค้นหาบุคคลที่เหมาะสมเข้าร่วมการอบรม ในการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศ และการติดตามความคืบหน้าในประเทศต่างๆ หลังการฝึกอบรม ที่สำคัญอย่างยิ่ง โครงการจะนำความเชี่ยวชาญของเครือข่ายความยากจน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนานาชาติ (PECCN) ซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์การแคร์นานาชาติมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานโครงการ เพื่อนำแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ PECCN มาบูรณาการเข้ากับกิจกรรมของโครงการ วิธีนี้จะทำให้กิจกรรมโครงการ SCDRM มีขีดความสามารถในการปรับตัวรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้นด้วย

 

หลักสูตรฝึกอบรมเสริมสร้างศักยภาพและเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นสำหรับโครงการ SCDRM จะนำไปผนวกไว้ในเครือข่ายระดับภูมิภาค ระดับโลกขององค์การแคร์และขององค์การพันธมิตรด้านการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์มนุษยชาติ นอกจากนี้โครงการ SCDRM จะดำเนินการเชิงรุก เป็นผู้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภูมิภาค นำหลักสูตรและเครื่องมือฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นโดยโครงการ SCDRM ไปเชื่อมโยงกับโครงการต่างๆ ในภูมิภาคที่ดำเนินการอยู่และที่ริเริ่มขึ้นใหม่ เพื่อเผยแพร่หลักสูตรและวิธีการจัดการภัยพิบัติที่พัฒนาขึ้นภายใต้ Trust Fund Grant ไปสู่นานาประเทศให้กว้างขวางขึ้น

 

ลักษณะการทำกิจกรรม

กิจกรรม 1    : กิจกรรมเสริมสร้างขีดความสามารถของภูมิภาค

กิจกรรม 1.1 : การสนับสนุนจากหน่วยงานระดับภูมิภาคแก่ประเทศที่เข้าร่วมโครงการ

มูลนิธิรักษ์ไทยจะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมนี้ ด้วยการสนับสนุนจากเครือข่ายความยากจน สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (PECCN) (http://careclimatechange.org) ขององค์การแคร์-นานาชาติ เครือข่าย PECCN มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการของเครือข่าย ประจำทำงานอยู่ในประเทศที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และในเมืองที่เป็นศูนย์กลางของประเทศทุกประเทศที่มีสำนักงานองค์การแคร์แห่งประเทศเหล่านั้นที่เข้าร่วมโครงการ การสนับสนุนจาก PECCN จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายได้มากที่สุด ทั้งการเชื่อมโยงกับโครงการที่กำลังดำเนินการนี้ กับพันธมิตรของโครงการ และกับเครือข่ายภายในประเทศและ เครือข่ายภายในองค์การแคร์ฯ ที่มีอยู่ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการประสานงานกับหลายประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะสูงมากหากไม่มีเครือข่าย PECCN สนับสนุน ยิ่งไปกว่านั้น การดึง PECCN เข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ จะเป็นช่องทางช่วยผลักดันกิจกรรมโครงการเข้าสู่แวดวงของงานด้านที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมเรื่องการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ/วาระการประชุมเรื่อง DRR ซึ่งทำให้แน่ใจได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของโครงการมีคุณลักษณะของการเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

 

เครือข่าย PECCN จะให้การสนับสนุนมูลนิธิรักษ์ไทย ในการทำงานร่วมกันกับสำนักงานองค์การแคร์แห่งประเทศต่างๆ เพื่อทำการค้นหาคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียฝ่ายต่างๆ ในประเทศนั้นๆ รวมทั้งจัดทำการปฐมนิเทศ/ฝึกบุคคลเหล่านั้นให้เข้าใจวิธีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเข้าร่วมโครงการ มูลนิธิรักษ์ไทยจะทำงานร่วมกับสำนักงานองค์การแคร์แห่งประเทศต่างๆ/เจ้าหน้าที่ของเครือข่าย PECCN ในการชักนำแนวทางให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการในประเทศนั้นๆ ตลอดอายุโครงการ ซึ่งรวมถึงการระดมชักชวนผู้สนใจให้เข้าร่วมโครงการ ให้การสนับสนุนทางวิชาการสำหรับกิจกรรมต่อเนื่องในประเทศต่างๆ รวมทั้งการสนับสนุนแก่ทีมงานของประเทศ ในการริเริ่มแผนปฏิบัติการของประเทศที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ ไปดำเนินกานในประเทศของตน

 

กิจกรรม 1.2 : การพัฒนาออกแบบโปรแกรมซอฟท์แวร์สำหรับการสื่อสาร/การเรียนรู้ทางอิเลคโทรนิคและการปฏิบัติการ

มูลนิธิรักษ์ไทยฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ จะเป็นผู้ประสานการจัดทำกิจกรรมนี้ รวมทั้งการประสานการสนับสนุนทางวิชาการจากบุคคลภายนอก ให้มาเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบโปรแกรมซอฟท์แวร์ ติดตั้ง แก้ปัญหาทางเทคนิค และการบำรุงรักษาที่จำเป็น ค่าบริการเช่าเซิฟเวอร์ และค่าจดทะเบียนโดเมน ได้คิดค่าใช้จ่ายต้นทุนไว้สำหรับ 4 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้ปฏิบัติการออนไลน์ได้หลังสิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้เพื่อให้มีเวลามากพอสำหรับการปรับเปลี่ยนโปรแกรมซอฟท์แวร์ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพการณ์ใหม่

 

โปรแกรมซอฟท์แวร์ระบบการเรียนออนไลน์จะเป็นเวทีเรียนรู้ และเวทีเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ที่มีความคุ้มค่าสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการในภูมิภาคนี้ การใช้ซอฟท์แวร์ ระบบนี้เป็นวิธีเสริมสร้างขีดความสามารถเบื้องต้นที่จะใช้ในโครงการนี้ โดยจะออกแบบและใช้งานให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด ต่อการฝึกอบรมที่ใช้วิธีการฝึกอบรมโดยตรงกับวิทยากร และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ซอฟท์แวร์ระบบการเรียนออนไลน์นี้ จะมีเจ้าหน้าที่โครงการอาวุโสของมูลนิธิรักษ์ไทย เป็นผู้จัดการและควบคุมดูแลการสื่อสารระหว่างทุกฝ่าย ด้วยการสนับสนุนจาก PECCN

 

กิจกรรม 1.3 : การประชุมเชิงปฏิบัติ/การฝึกอบรม/การประชุมระดับภูมิภาค

กิจกรรมนี้จะมีการดำเนินงานหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรก คือ การพัฒนาจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม และชุดเครื่องมือฝึกอบรม โดยมูลนิธิรักษ์ไทยจะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมอย่างมีส่วนร่วม โดยเชิญองค์กรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักๆ ในภูมิภาค รวมทั้งในประเทศเข้าร่วมประชุม เพื่อทำการศึกษาทบทวนเอกสารทางวิชาการที่มีอยู่ รวมทั้งวิธีการฝึกอบรม และวิธีปฏิบัติและบทเรียนทั้งหลาย ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมุ่งเน้นโดยเฉพาะในเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างการปรับตัวรับมือกับภาวะโลกร้อนกับการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูภัยพิบัติ รวมทั้งในด้านการปรับเปลี่ยนเครื่องมือ/วิธีการที่มีอยู่และการแนะนำเครื่องมือ/วิธีการใหม่ๆ ในกรณีที่จำเป็น ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ภัยพิบัตินั้นปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระบวนการนี้จะมีที่ปรึกษาด้านการออกแบบหลักสูตรควบคู่กับที่ปรึกษาด้านวิชาการเป็นผู้ให้การสนับสนุน เพื่อทำการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ใช้ได้ง่าย โดยเป็นการฝึกอบรมที่จะใช้วิธีการฝึกอบรมโดยตรงกับวิทยากรควบคู่กับระบบการเรียนออนไลน์

 

หลังจากนั้นมูลนิธิรักษ์ไทยจะจัดการฝึกอบรมโดยตรงกับวิทยากร 2 ครั้งในระดับภูมิภาคที่จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่คัดเลือกไว้ โดยมีที่ ปรึกษาทางวิชาการ (ผู้ทรงคุณวุฒิและวิทยากรกระบวนการ) เป็นผู้ให้การสนับสนุนการฝึกอบรมเหล่านี้ นอกจากนี้ก่อนสิ้นปี 2554 มูลนิธิรักษ์ไทยจะจัดการประชุมนานาชาติขึ้นด้วย (รายละเอียดเพิ่มเติมมีอยู่ในยุทธศาสตร์โครงการ) โดยจะศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดการประชุมนี้ร่วมกับการประชุมอื่น อาทิ การประชุม DRR ที่จัดปีละ 2 ครั้งโดย ECHO และ ADPC หรือการประชุมอื่นๆ ระดับภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวรับมือกับภาวะโลกร้อน และการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ

 

กิจกรรม 2    : กิจกรรม “ห้องปฏิบัติการเรียนรู้”

- ตัวแทนจากหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น องค์กรประชาสังคม และชุมชนจำนวนอย่างน้อย 20 คน เข้าร่วมการฝึกอบรมวิทยากร (ToT) และสนับสนุนกิจกรรมห้องปฏิบัติการเรียนรู้

- ชุมชนที่เป็นห้องปฏิบัติการเรียนรู้ทั้ง 4 ชุมชน ปฏิบัติงานตามขั้นตอนในตารางข้างล่างนี้เสร็จสิ้นทั้ง 13 ขั้นตอน และสอดคล้องกับแนวทาง และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่วางไว้ในหลักสูตรฝึกอบรม

- ตัวแทนจากหน่วยงานรัฐส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น จากองค์กรประชาสังคม และจากชุมชน จำนวนอย่างน้อย 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาดูงานโครงการห้องปฏิบัติการเรียนรู้

- ตัวแทนจากหน่วยงานรัฐส่วนท้องถิ่น องค์กรประชาสังคม และชุมชน จำนวนอย่างน้อย 120 คน เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการแนะนำหลักสูตรการจัดการป้องกันภัยพิบัติโดยชุมชน ที่จัดขึ้นใน 6 จังหวัดที่คัดเลือกไว้ในประเทศไทย

 

กิจกรรม 2.1 : พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมภาคภาษาไทย และจัดฝึกอบรมวิทยากร (ToT)

มูลนิธิรักษ์ไทยจะพัฒนาจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมรวมทั้งชุดเครื่องมือฝึกอบรม โดยใช้กระบวนการพัฒนาหลักสูตรแบบมีส่วนร่วม โดยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ และเชิญองค์กรที่มีบทบาทสำคัญระดับชาติด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูจากภัยพิบัติเข้าร่วม เพื่อทำการศึกษาทบทวนเอกสารทางวิชาการ วิธีการฝึกอบรม และวิธีปฏิบัติและบทเรียนทั้งหลายที่มีอยู่และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมีที่ปรึกษาด้านวิชาการ ควบคู่กับที่ปรึกษาด้านการออกแบบหลักสูตรเป็นผู้ให้การสนับสนุนกระบวนการนี้ ขั้นตอนที่สำคัญของกิจกรรมนี้คือ การบันทึกข้อมูลสำคัญไว้เป็นเอกสาร และการรวบรวมบทเรียนและวิธีปฏิบัติที่ดี จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ

 

จุดมุ่งเน้นโดยเฉพาะจะอยู่ที่การเชื่อมโยงการปรับตัวรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูจากภัยพิบัติ การปรับเปลี่ยนเครื่องมือ/วิธีการที่มีอยู่และการแนะนำเครื่องมือ/วิธีการใหม่ๆ ในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ภัยพิบัตินั้นปรับตัวได้เหมาะ สมกับการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตัวอย่างเช่น เครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ (LOCATE) เครื่องมือวิเคราะห์ขีดความสามารถและความเสี่ยงของสภาพภูมิอากาศ (CVCA) และการพยากรณ์อากาศ ระบบการเตือนภัยและการรับมือภัยพิบัติ เครื่องมือเหล่านี้พัฒนาขึ้นโดยองค์การแคร์ฯ ร่วมกับสถาบันวิจัยนานาชาติเพื่อสภาพภูมิอากาศและสังคม (International Research Institute for Climate and Society) ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน สามารถนำไปพัฒนาหลักสูตรของไทยได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งนำไปส่งเสริมแนะนำเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นสำหรับการจัดการป้องกันภัยพิบัติในแถบชายฝั่งของประเทศไทย

 

จากนั้นมูลนิธิรักษ์ไทยจะทำการฝึกอบรมวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญให้เข้าใจการใช้หลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการนำหลักสูตรฝึกอบรมไปใช้ในจังหวัดกระบี่และจังหวัดอื่นๆ ในแถบชายฝั่ง (ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่โครงการ) ตามความเหมาะสม โดยมีการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ (ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากรกระบวนการ) ตามความเหมาะสม

 

กิจกรรม 2.2 : ดำเนินการตามแผนการจัดการป้องกันภัยพิบัติใน “ห้องปฏิบัติการเรียนรู้”

เจ้าหน้าที่โครงการจะทำงานร่วมกันกับองค์กรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ทำการวิเคราะห์สถานการณ์ และคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมห้องปฏิบัติการเรียนรู้ เพื่อให้ได้พื้นที่ที่มีภัยพิบัติหลายประเภทที่มีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีบริบทของท้องถิ่นหลายด้าน โครงการห้องปฏิบัติการเรียนรู้นี้ จะเป็นการออกแบบแผนการจัดการป้องกันภัยพิบัติของชุมชน รวมทั้งจะมีการดำเนินงานตามแผนนั้น โดยดึงผู้มีบทบาทสำคัญจากหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น องค์กรประชาสังคม และชุมชนเข้ามาร่วมกันทำงานตามกระบวนการต่อไปนี้

 

กระบวนการจัดการป้องกันภัยพิบัติของชุมชน

1.รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน

2.จัดฝึกอบรมด้านการจัดการป้องกันภัยพิบัติโดยชุมชน เพื่อสร้างกลุ่มอาสาสมัคร

3.ประสานงานกับองค์กรพันธมิตรในท้องถิ่น

4.วิเคราะห์ข้อมูลด้านการจัดการป้องกันภัยพิบัติของชุมชน

5.จัดตั้งคณะกรรมการจัดการป้องกันภัยพิบัติ

6.สร้างการรับรู้ของชุมชนด้านการจัดการป้องกันภัยพิบัติให้มากขึ้น เพื่อส่งอิทธิพลต่อระดับนโยบายในท้องถิ่น

7.จัดการประชุมที่ศาลาประชาคม เพื่อนำเสนอผลการวิเคราะห์สถานการณ์จากขั้นตอนที่ 4 ต่อชุมชน

8.จัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติง

9.จัดการประชุมที่ศาลาประชาคม นำเสนอแผนที่ร่างไว้ ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในชุมชน

10.ยื่นเสนอแผนที่จัดทำขึ้น ต่อมูลนิธิรักษ์ไทย และองค์กร/หน่วยงานอื่นที่อาจให้การสนับสนุนด้านต่างๆ รวมทั้งองค์กรผู้สนับสนุนทางการเงิน

11.อนุมัติแผนการจัดการป้องกันภัยพิบัติ เริ่มดำเนินงานตามแผน

12.ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่

13.จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทบทวนและประเมินประสบการณ์จากโครงการห้องปฏิบัติการเรียนรู้งานต่อเนื่อง : การบันทึกกระบวนการต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน

 

หลังจากการคัดเลือกพื้นที่โครงการห้องปฏิบัติการเรียนรู้เสร็จสิ้นแล้ว มูลนิธิรักษ์ไทยจะร่วมกันจัดทำแผนการจัดการป้องกันภัยพิบัติกับพันธมิตรในท้องถิ่น โดยใช้หลักสูตรและแนวทางการจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วมตามกระบวนการที่กล่าวไว้ในตารางข้างบนนี้ ที่ได้จัดทำขึ้นและมีการปรับปรุงเพิ่มเติมภายใต้กิจกรรม 2.1 หลังจากมูลนิธิฯ และองค์กรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ที่สำคัญได้พิจารณาและอนุมัติแผนของชุมชนแล้ว มูลนิธิฯ จะให้การสนับสนุนแก่ชุมชนที่เป็นพื้นที่ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ ทั้งทางด้านการเงินและด้านวิชาการ สำหรับการดำเนินกิจกรรมตามแผน โดยเป็นกิจกรรมสำคัญเร่งด่วนที่กำหนดวันแล้วเสร็จไว้ การหาเงินสนับสนุนสมทบจากหน่วยราชการท้องถิ่นจะเป็นงานสำคัญของกระบวนการนี้

 

ขั้นตอนสุดท้าย จะเป็นการประชุมของชุมชน เพื่อทบทวนงานต่างๆ ที่ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งการหารือกันถึงขั้นตอนต่อไปที่จะต้องทำ ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินสนับสนุนจากรัฐ/สาธารณชน การสร้างเครือข่ายชุมชน และการสร้างพันธมิตรในท้องถิ่น

- สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ “ห้องปฏิบัติการเรียนรู้” จะทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบภาคปฏิบัติของโครงการเสริมสร้างศักยภาพของภูมิภาคที่ผู้เข้าร่วมโครงการจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ จะเข้าร่วมปฏิบัติงานอย่างจริงจังในทุกกระบวนการ ทั้งในด้านการออกแบบ การดำเนินงาน การติดตามงาน และการเรียนรู้

 

กิจกรรม 2.3 : การแนะนำวิธีการและเครื่องมือการจัดการป้องกันภัยพิบัติ/การยกระดับขยายการสาธิตการดำเนินงานสู่ระดับชาติ

หลังจากการดำเนินงานโครงการห้องปฏิบัติการเรียนรู้ในจังหวัดกระบี่เสร็จสิ้นลง มูลนิธิรักษ์ไทยร่วมกับหน่วยราชการส่วนจังหวัด และองค์กรพันธมิตรในส่วนกลาง ซึ่งรวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ และหน่วยประสานงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานแผน และนโยบายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการขยายการสาธิตการดำเนินงาน และนำเครื่องมือ และวิธีการจัดการป้องกันภัยพิบัติที่โครงการพัฒนาขึ้นไปสาธิตดำเนินการในพื้นที่อื่น โดยยังมุ่งเน้นดำเนินการโดยเฉพาะในจังหวัดแถบชายฝั่งของไทย ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดต่อสภาพอากาศที่มีความผิดปกติรุนแรง และที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

 

กิจกรรมนี้จะประกอบด้วย การจัดการศึกษาดูงานสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการป้องกันภัยพิบัติจากจังหวัดแถบชายฝั่งที่คัดเลือกไว้ของประเทศไทย เพื่อดูงาน ณ ชุมชนที่เป็นห้องปฏิบัติการเรียนรู้ที่จังหวัดกระบี่ และการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่นในจังหวัดเหล่านั้น เพื่อดำเนินการริเริ่มแนะนำหลักสูตรของไทยที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการนี้

 

กิจกรรม 3 - การบันทึกข้อมูลและกระบวนการไว้เป็นหลักฐาน

มูลนิธิรักษ์ไทยจะเป็นผู้จัดทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น อาทิกรณีศึกษา คู่มือ ชุดเครื่องมือ และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อสนับสนุนโครงการเสริมสร้างศักยภาพ ทั้งในระดับภูมิภาคและภายในห้องปฏิบัติการเรียนรู้ระดับชาติ นอกจากนี้ จะมีการจัดแปลเอกสาร/สื่อการเรียนรู้ที่สำคัญๆ เป็นภาษาประจำชาติของทุกประเทศที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปภายในประเทศของตนได้ โดยโครงการจะผลิตสื่อการเรียนรู้ทั้งหมดขึ้นในรูปสิ่งพิมพ์อิเลคโทรนิค เพื่อให้ง่ายต่อการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย ทั้งในช่วงที่โครงการกำลังดำเนินการอยู่และเมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ เมื่อโครงการเสร็จสิ้น มูลนิธิรักษ์ไทยจะจัดทำรายงานโครงการฉบับสมบูรณ์รวมทั้งรายงานการประเมินผลโครงการ เพื่อนำไปเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและผู้สนใจทั่วไป

 

กิจกรรม 4 - การเสริมสร้างการสนับสนุนเชิงนโยบาย

เจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทยจะทำงานเชิงรุก ในการค้นหาโอกาสและสร้างโอกาสสำหรับการเผยแพร่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของโครงการ รวมทั้งในการผนวกวิธีการ/เครื่องมือที่โครงการได้พัฒนาขึ้น เข้าไว้ในโครงการและกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคนี้ ความพยายามเหล่านี้ได้แก่ การเข้าร่วมอย่างมีบทบาทสำคัญในการฝึกอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการประชุมนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดยองค์กรพันธมิตรและองค์กรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการจัดการป้องกันภัยพิบัติ/วาระการประชุมว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งการร่วมมือจัดทำกิจกรรมการเรียนรู้/กิจกรรมการแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์เฉพาะเจาะจง กับองค์กรพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์

 

กิจกรรม 5 - การติดตามและประเมินผล

มูลนิธิรักษ์ไทยจะทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสำหรับคณะกรรมการกำกับโครงการ เพื่อชักนำการดำเนินงานโครงการ (รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูข้อ L) คณะกรรมการกำกับโครงการจะประชุมกันทุกๆ 6 เดือน เพื่อทบทวนความคืบหน้า และให้การสนับสนุนการติดตามทางด้านวิชาการ มูลนิธิรักษ์ไทยจะจัดทำกิจกรรมการ สำรวจข้อมูลพื้นฐาน และการประเมินผลโครงการโดยบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึงการประเมิน “ความสามารถที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น” ที่เป็นผลมาจากจากกิจกรรมของโครงการระดับภูมิภาคและระดับชาติ นอกจากนี้มูลนิธิฯ จะเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ ในการทบทวนความคืบหน้าครึ่งโครงการ และจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ติดตามและประเมินผลของมูลนิธิฯ เป็นผู้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อการดำเนินกิจกรรมโครงการ เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานโครงการเป็นไปตามแผนการสนับสนุนดังกล่าว รวมถึงการเดินทางไปติดตามโครงการอย่างสม่ำเสมอในพื้นที่ที่เป็นห้องปฏิบัติการเรียนรู้

 

วันที่พิเศษตารางกำหนดการ

• ชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติบ้านเกาะเหลา อ.เมือง จ.ระนอง

• ชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติบ้านเกาะสินไห อ.เมือง จ.ระนอง

• ชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติบ้านเกาะหาดทรายดำ อ.เมือง จ.ระนอง

 

รายงานพิเศษ

สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง คนเกาะเหลาต้องปรับตัว

การสร้างชุมชนปลอดภัยกับการบูรณาการชุมชนจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ

รู้ทันภัยกับเด็กบ้านเกาะหาดทรายดำ

ชุมชนเรียนรู้การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้วยตนเอง

 

แหล่งทุน

สหภาพยุโรป

 

ติดต่อ

คุณชาญยุทธ เทพา กทม. อีเมล์ : chantepa@raksthai.org
คุณประสาร สถานสถิตย์ ภาคใต้ อีเมล์ : prasarn_pn@raksthai.org

 

แผนที่
 
 
ที่อยู่
โครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติในภูมิภาคเอเซีย

บทความ
สื่อ
คลิปเสียง 
อ่านทั้งหมด
รูปภาพ 
อ่านทั้งหมด
 กิจกรรมพิเศษ
   
โครงการกล้าทำดี เพื่อลดความรุนแรงในเด็ก
 
   
การเดินทางของเหรียญบาท ตอน เงินบริจาคไปไหน?
 
   
ร่วมสนับสนุน "โครงการกล้าทำดี" เพื่อยุติการรังแกในโรงเรียน
 
 กิจกรรม
  สื่อ
  คลิปเสียง
  สิ่งพิมพ์
  รูปภาพ
วิดีโอ
  ข่าวสารรักษ์ไทย
 
เรื่องราว
โฆษณาทีวี
โฆษณาวิทยุ

 
  อาสาสมัคร
  ทำกิจกรรม
  ฝึกงาน
  ประกวด ดาวโหลดสื่อ
  สมาชิกครอบครัวรักษ์ไทย