ร่วมบริจาค
ร่วมบริจาค
ลงชื่อสนับสนุน


แนวความคิดในการบริหารทรัพยากรบุคคลของมูลนิธิรักษ์ไทย

มูลนิธิรักษ์ไทยต้องการเจ้าหน้าที่ที่มีความเชื่อมั่นในงานพัฒนาความสามารถ ของคนในการพัฒนาตนเอง มูลนิธิรักษ์ไทยเน้นว่าเจ้าหน้าที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าในการผลักดันให้เกิด ผลสำเร็จที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย วิสัยทัศน์ขององค์กร

มูลนิธิฯ มีหลักการสำคัญในการบริหารทรัพยากรบุคคล 3 ประการ คือ



หลักการทั่วไปในการบริหารทรัพยากรบุคคล

มูลนิธิฯ มีนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยยึดหลัก การพัฒนาคน การมีส่วนร่วม และหลักความเสมอภาค ทั้งนี้เพื่อให้เกิด

  ความยุติธรรม หมายถึง ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความรับผิดชอบตำแหน่ง ปริมาณงาน

  ความโปร่งใส หมายถึง มีกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้

  การให้โอกาสเท่าเทียมกันและไม่เลือกปฏิบัติ หมายถึง การไม่กีดกันเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สุขภาพ และอายุ โดยทางมูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการมีสัดส่วนที่เหมาะสมของชาย และหญิงในทุกระดับเจ้าหน้าที่

การมีองค์ประกอบของเจ้าหน้าที่ที่มีความหลากหลาย เปิดโอกาสรับสมัครเจ้าหน้าที่แม้ว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ เอดส์ ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด เพราะเราให้โอกาสคนทุกกลุ่มที่มีความสามารถ การมีสวัสดิการที่เอื้อต่อความหลากหลายทางเพศและไม่จำกัดศาสนา อาทิ การลาปฏิบัติธรรมได้ทั้งชายและหญิง สวัสดิการลาเพื่อดูแลบุตรสำหรับพนักงานชาย เป็นต้น

มูลนิธิฯ ตระหนักดีว่าปัจจัยสำคัญในการบรรลุภารกิจดังกล่าวของมูลนิธิฯ ขึ้นอยู่กับบุคลากรที่มีคุณภาพ ศักยภาพ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิฯ จึงให้ความสำคัญต่อบุคลากรเป็นอย่างยิ่ง โดยได้กำหนดนโยบายในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสนับสนุนการพัฒนาความสามารถของบุคลากรให้ตรงตามความคาดหวังภารกิจของงาน ในแต่ละโครงการ รวมทั้งการเสริมสร้างความมั่นใจในคุณภาพชีวิตการทำงาน ทั้งด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งให้ผลตอบแทนแก่พนักงานที่เป็นธรรม เหมาะสม และเสมอภาค ทัดเทียมองค์กรประเภทเดียวกัน และที่สำคัญมุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงานที่ดีงาม รวมทั้งส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่พนักงานในการปฏิบัติงานกับมูลนิธิฯ และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วัฒนธรรมองค์กร CLEAR

สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของมูลนิธิรักษ์ไทย

การปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงาน วันจันทร์ – วันศุกร์

กำหนดเวลาปฏิบัติงานปกติไว้ ดังนี้

เวลา 07.00 – 16.00 น. 

เวลา 08.00 – 17.00 น.

เวลา 09.00 – 18.00 น.

ทั้งนี้ต้องมีเวลาการปฏิบัติงานทั้งสิ้น วันละ 8 ชั่วโมง

สวัสดิการ

1. ประกันสังคม

2. ประกันชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุกลุ่ม (เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามเงื่อนไข)

3. ประกันอุบัติเหตุและประกันภัยสงคราม

4. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลังทำงานครบ 1 ปี

5. เงินเดือน เดือนที่ 13

6. สวัสดิการเยี่ยมไข้

7. สวัสดิการของเยี่ยมกรณีคลอดบุตร

8. การจัดงาน/กิจกรรมกรณีครบเกษียณอายุ

9. สวัสดิการเงินกู้ (เงินกู้ฉุกเฉิน, เงินกู้เพื่อการศึกษา, เงินกู้ซื้อคอมพิวเตอร์ และสวัสดิการเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย ธนาคารอาคารสงเคราะห์)

10. สวัสดิการจากกองทุนโรค และปัญหาสุขภาพร้ายแรง วงเงินสูงสุด ไม่เกิน 300,000 บาท

11. เงินช่วยเหลือค่าจัดการงานศพ 10,000 บาท (ทั้งกรณีเจ้าหน้าที่ และกรณีบิดา มารดา คู่สมรส และบุตร เสียชีวิต)

12. อื่นๆ เช่น เงินช่วยเหลือค่าขนย้าย 3,000 บาท กรณีมีการโอนย้ายเจ้าหน้าที่

สิทธิประโยชน์ด้านวันหยุด-วันลา

1. มีสิทธิลาพักผ่อนได้ตามอายุการทำงาน โดยเริ่มต้นที่ 12 วัน ใน 5 ปีแรก (คิดตามสัดส่วนอายุการทำงาน)ต่อมา 15 วัน, 17 วัน และสูงสุด 20 วันตามลำดับช่วงอายุงาน(วันหยุดพักผ่อนประจำปีคงเหลือ สามารถยกยอดสะสมไปใช้ในปีถัดไปได้ ทั้งนี้ไม่เกินปีละ 15 วัน)

2. วันหยุดตามประเพณี ปีละไม่เกิน 15 วัน

3. ลาฉุกเฉิน ได้ไม่เกิน 7 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้าง

4. ลาคลอดได้ 90 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 60 วัน (นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม)

5. ลาเพื่อบุตรแรกเกิด เจ้าหน้าที่ประจำทั้งชายและหญิง มีสิทธิลาเพื่อดูแลบุตรเกิดใหม่ได้ 10 วัน

6. ลาเพื่ออุปสมบท และลาเพื่อปฏิบัติธรรมได้ 10 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้าง

7. การลาโดยไม่ได้รับเงินเดือน (กรณีพิเศษ เช่น กิจธุระจำเป็นส่วนตัว, ลาเพื่อศึกษาดูงาน เป็นต้น)

8. การลาหยุดชดเชยการทำงานล่วงเวลาหรือการทำงานในวันหยุด (Compensate)