Raks Thai Foundation RSS

โครงการสร้างเสริมภาวะผู้นำเยาวชน

จากการดำเนินงานด้านเด็กเยาวชนมายาวนาน รักษ์ไทยมองเห็นว่าเด็กทุกคนล้วนมี “ความเป็นผู้นำ” อยู่ในตัวเอง รักษ์ไทยจึงจัดโครงการนี้เพื่อดึงศักยภาพของเด็กเยาวชน ทั้งด้านการกล้าแสดงออก การส่งเสริมอาชีพ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ให้เด็กมีภาวะผู้นำเยาวชน สามารถนำทักษะที่ได้รับการฝึกฝนจากค่ายผู้นำ และกิจกรรมต่างๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีรายได้จากการประกอบอาชีพเสริมช่วยเหลือครอบครัวอย่างต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ การดูแลความสะอาดภายในโรงเรียน การรีไซเคิล การลดผลกระทบจากภัยแล้งต่อการทำเกษตร และเพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาสนับสนุนการพัฒนาภาวะผู้นำด้วย

กองทุนเพื่อชีวิต (ช่วยเหลือผู้หญิงหม้ายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้)

ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีการสูญเสียชีวิต และบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายที่อยู่ในวัยทำงาน เพิ่มจำนวนของผู้หญิงหม้ายที่ต้องสูญเสียหัวหน้าครอบครัว ทำให้พวกเธอต้องแบกรับภาระหน้าที่หารายได้เลี้ยงดูครอบครัวอย่างกะทันหันเพียงลำพัง ด้วยความไม่พร้อมนี้ ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจในครัวเรือนตามมา เราจึงเข้าไปให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้หญิงหม้ายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในการสนับสนุนการฝึกอบรมทักษะอาชีพ สนับสนุนอุปกรณ์การอบรมและการประกอบอาชีพ สนับสนุนทุนตั้งต้น รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร และยังช่วยพัฒนาทักษะอื่นๆ เช่นการขียนโครงการ ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงเหล่านี้สามารถไปขอรับทุนจากแหล่งอื่นๆ ได้อีก

โครงการกล้าทำดี ยุติความรุนแรงและการรังแก

ความพิเศษของโครงการนี้ คือ การไม่ตัดสินว่านักเรียนเป็นใคร เป็นคนรังแก ผู้ถูกรังแก หรือผู้ร่วมเหตุการณ์การรังแก เพื่อไม่ให้เกิดการ ตีตรา (Labelling) ซึ่งอาจกลายเป็นปมในใจ เป็นการรังแกทางจิตใจอย่างหนึ่งต่อเด็ก และในช่วงชีวิตของเด็กอาจอยู่ในหลายบทบาทของการรังแกด้วยเช่นกัน แต่โครงการจะช่วยให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง หรือบทบาทใดบทบาทหนึ่งในเรื่องการรังแก ให้มีทักษะที่จะหลุดออกมาจากวงจรแห่งการรังแกนั้นได้ เพราะเราเชื่อว่า “เด็กทุกคนเปลี่ยนแปลงได้” โครงการนี้เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนคิดพิจารณาด้วยตนเองได้ โดยผู้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิด สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม มองว่าเด็กวัยประถมศึกษาพร้อมจะพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคม หากเป็นช่วงอายุมากกว่านี้จะแก้ไขยาก ด้วยอคติที่ได้รับการปลูกฝังยาวนาน และการปรับพฤติกรรมต้องการมีการทดลอง โดยใช้โครงงานที่เด็กคิดเองทำเองในแนวทางสร้างสรรค์ และทำอย่างต่อเนื่อง จนนำสู่การยุติการรังแกในโรงเรียนได้ในที่สุดกิจกรรมมีตั้งแต่การเข้าไปคลุกคลีกับนักเรียน การทำกิจกรรม การจัดประกวดโปสเตอร์รณรงค์ การพัฒนาจากกิจกรรมสู่คู่มือปฏิบัติสำหรับเด็ก และสำหรับครูและผู้บริหารใช้ได้ เพื่อยุติการรังแกในโรงเรียน การผลักดันสู่การเป็นหลักสูตรเสริมระดับกระทรวงศึกษาธิการ และการประชาสัมพันธ์โครงผ่านสื่อทุกประเภท เพื่อเล็งผลความสนใจและการสนับสนุนในสังคมระดับกว้างและทั่วถึง

มูลนิธิรักษ์ไทยและThoresen Thai Agencies PLC. รับรางวัล Asia responsible

-

บริษัท มาสเตอร์พีช ไลฟ์ วิชั่น จำกัด บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ. สกลนคร

บริษัท มาสเตอร์พีช ไลฟ์ วิชั่น จำกัด บริจาค 1 แสนบาท ผ่านมูลนิธิรักษ์ไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ. สกลนคร

บริษัท ฮานาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ระดมทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ. สกลนคร ร่วมกับรักษ์ไทย

-

กำหนดการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “อนาคตไทยในบริบทโลก”

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 9.00-12.15 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ จัดโดย มูลนิธิรักษ์ไทย

เชฟรอนเพิ่มโอกาสแก่เด็กและผู้หญิง 3 จังหวัดชายแดนใต้ต้ ดูงาน จ.นครราชสีมา

-

การพัฒนาเพื่อขยายเครือข่ายบริการภายในชุมชนอย่างยั่งยืนสำหรับผู้หญิงและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความ ไม่สงบและความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

วัตถุประสงค์ : ผู้หญิงและเด็กมีความเข้มแข็งและสามารถเผชิญต่อผลกระทบทางด้านสังคม-เศรษฐกิจอันเกิดจากความรุนแรงและการก่อความไม่สงบทางการเมืองในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กลุ่มอาชีพสตรีขนาดเล็ก ได้รับการฝึกอบรมเสริมสร้างศักยภาพในกิจกรรมยกระดับความเป็นอยู่และทักษะการใช้ชีวิต เพื่อเป็นการเสริมพลังทางด้านสังคมและเศรษฐกิจให้กับผู้หญิง และเด็กในโรงเรียนขนาดเล็กพื้นที่ห่างไกล/พื้นที่ยากจนใน 3 จังหวัดมีทักษะในการเป็นผู้นำเยาวชน ทักษะการเรียนรู้ และทักษะอาชีพเพิ่มมากขึ้น

โครงการต่อต้านการใช้แรงงานในรูปแบบที่ยอมรับไม่ได้ในอุตสาหกรรมการประมงและอาหารทะเลไทย

โครงการ Ship to Shore Rights ในภาพรวมจะมีการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน ร่วมทั้งมูลนิธิรักษ์ไทย หนึ่งในองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูล รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นว่าจะเกิดความร่วมมือในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับการตอบสนองต่อรูปแบบของงานที่ยอมรับไม่ได้ในอุตสาหกรรมประทงและอาหารทะเล บทบาทของมูลนิธิรักษ์ไทยภายใต้โครงการ Ship to Shore มุ่งทำงานกับกลุ่มประชากรแรงงานข้ามชาติซึ่งบางส่วนเป็นกลุ่มเดียวกับที่มูลนิธิฯ ทำงานร่วมอยู่เดิมภายใต้โครงการยุติปัญหาเอดส์และวัณโรคด้วยชุดบริการ RRTTR หรือ โครงการ STAR โดยผลที่คาดหวังภายใต้โครงการคือ การให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงบริการด้านสิทธิ สร้างเครือข่ายแรงงานรุ่นใหม่เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ตกเป็นเหยื่อ มีบทบาทเอื้อต่อการช่วยเหลือเหยื่อด้านการถูกละเมิดสิทธิ และสามารถขยายผลในวงกว้าง ร่วมทั้งต้องการให้ภาคธุรกิจหรือผู้ประกอบการตระหนักและร่วมปฏิบัติเพื่อต่อต้านสิทธิแรงงานของแรงงานข้ามชาติ โดยโครงการช่วงแรกเริ่มดำเนินการตั้งวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 31 ธันวาคมนี้ และช่วงที่สองระหว่าง 1 มกราคม 2561 ถึง 31 พฤษภาคม 2562 ยุทธศาสตร์การทำงานแบ่งเป็น 2 ระดับ คือดำเนินงานใน 3 จังหวัดหลักที่มีสำนักงานของมูลนิธิรักษ์ไทยตั้งอยู่แล้ว ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดปัตตานี และดำเนินงานในอีก 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่หนาแน่นของอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดระนอง จังหวัดตรัง และจังหวัดชุมพร

โครงการพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ชุมชนบนพื้นที่สูงในเขตภาคเหนือ ประเทศไทย ประกอบไปด้วยชุมชนท้องถิ่นดั่งเดิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาหลายร้อยปี มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ปรากฎให้เห็นจากรูปแบบวิถีชีวิตที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ถือเป็นจุดร่วมของชุมชนบนที่สูง คือ วิถีชีวิต ที่เรียบง่าย พึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีพ การประกอบอาชีพโดยส่วนใหญ่ เน้นการผลิตเพื่อบริโภค โดยปลูกข้าวไร่ในระบบไร่หมุนเวียน การทำนาขั้นบันได นาดำ การปลูกพืชผักสวนครัวในลักษณะสวนหลังบ้าน และถึงแม้การขยายตัวของพืชเศรษฐกิจ พืชที่เป็นแหล่งรายได้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการพัฒนา ทั้งด้านการศึกษาของบุตรหลาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จะขยายตัวสู่ชุมชนบนที่สูง แต่การผลิตข้าวเพื่อบริโภคยังคงเป็นสิ่งที่ทุกชุมชนให้ความสำคัญ การเปลี่ยนแปลงของฤดูการ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อผลิตข้าว พืชอาหารหลักของชุมชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารแก่ชุมชนบนที่สูง และกลายเป็นแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนต้องใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเพื่อการดำรงชีพ

โครงการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืนโดยชุมชน

รูปแบบที่สำคัญของกิจกรรมการฟื้นฟูป่าชายเลน หลักการฟื้นฟูป่าชายเลนโดยการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม การประยุกต์ใช้ความรู้ดั่งเดิม การเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ การสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนและคนทั่วไป และการสร้างกลไก/เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน การเก็บรวบรวมเมล็ดพันธ์ที่รวมถึงการสร้างแปลงเพาะกล้าไม้ ก่อนนำไปปลูกด้วยรูปแบบการปลูกที่เหมาะสมกับพื้นที่ และมีการติดตามประเมินผลโดยคณะทำงานของชุมชน การฟื้นฟูป่าชายเลนในบริเวณบ่อกุ้งร่าง โดยการใช้วิธีการฟื้นฟูตามแนวทางธรรมชาติโดยการปรับพื้นที่บ่อกุ้งร้างให้น้ำทะเลสามารถท่วมถึงและเข้าออกได้ตามธรรมชาติ การปักแนวไม้ไผ่ ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นในช่วงฤดูมรสุม ลดการกัดเซาะชายฝั่งการกั้นเขื่อนทำให้เกิดการสะสมตัวของตะกอนดินทราย สามารถทำการปลูกต้นไม้ที่สามารถยึดหน้าดินอย่าง ต้นโกงกาง หลังแนวปักไม้ไผ่เพื่อยึดหน้าดิน การสร้างกลไกของชุมชนในการติดตามและดูแลรักษา ผ่านกิจกรรมธนาคารกล้าไม้ และกองทุนสิ่งแวดล้อมของชุมชนธนาคารกล้าไม้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ การจัดการ และการมีส่วนร่วมของชุมชน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนที่ดีของการเก็บรักษาพันธ์กล้าไม้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยจะเน้นให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเด็กและเยาวชนชุมชน เป็นต้น ซึ่งประชาชน ผุ้ประกอบการ และภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรผ่านกกลไกการเงินเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการอนุรักษ์ฟื้นฟูฐานทรัพยารกรที่จัดตั้งขึ้น

The Future of Thailand in the Global Context

Thursday 28 September 2017, 9.00-12.15 hrs. At the Ballroom, Conrad Hotel, Bangkok organized by Raks Thai Foundation

ศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตลูกแรงงานข้ามชาติ

จังหวัดสมุทรสาครเป็นปลายทางหลักขงประชากรชาวพม่าเพื่อเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมประมง การแปรรูปอาหารทะเล อุตสาหกรรมเสื้อผ้า หรืออุตสาหกรรมที่ต้องการผู้ใช้แรงงานในด้านอื่น ๆ อำเภอเมืองมหาชัยถูกขนานนามว่า เป็นเมืองพม่า เนื่องจากมีจำนวนประชากรพม่ามากถึง 283,594 คนที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานราชการในจังหวัด และคาดว่ามีประชากรพม่าอีกเกือบ 100,000 ที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนตามกฎหมายได้ แรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนรวมไปถึงผู้ติดตามและลูกของแรงงานด้วย จังหวัดสมุทรสาครมีเด็กลูกแรงงานประมาณ 5,500 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 5 – 15 ปี อาศัยอยู่ในจังหวัด เด็กจำนวน 2,272 คนจาก 5,500 ที่สามารถเข้าถึงการศึกษาในระบบโรงเรียนได้ อีก 1,200 เข้าเรียนในศูนย์การเรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติที่ก่อตั้งโดย NGO ส่วนที่เหลือเชื่อว่าเด็กอาศัยอยู่บ้านโดยลำพัง หรือวิ่งเล่นอยู่ในชุมชนเมื่อพ่อแม่ออกไปทำงาน ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว รักษ์ไทยเริ่มดำเนินการศูนย์การเรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาแก่เด็กในจังหวัด ปัจจุบันเราเปิดดำเนินการ 2 ศูนย์ คือศูนย์การเรียนรู้บางหญ้าแพรกและศูนย์การเรียนรู้ท่าฉลอม โดยมีเด็กรวมทั้งสองศูนย์ประมาณ 127-135 คน เด็กภายในศูนย์การเรียนรู้มีความรู้ เกิดทักษะและเข้าถึงการศึกษา เด็กเหล่านี้เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน อายุเกิน 15 ปี เด็กจะมีความสามารถในการเข้าถึงการทำงานที่ถูกกฎหมาย เนื่องจากเด็กในศูนย์เรียนรู้ การพูด การฟัง และการเขียนภาษาไทย ซึ่งเป็นผลดีต่อเด็กต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย บางส่วนสามารถหางานที่ใช้ทักษะความรู้ความสามารถระดับสูงขึ้นไปกว่าการขายแรงงานทั่วไป

BUILDING MARKET SHARE AND SOCIAL GOOD IN THAILAND

As the staple food crop for the Thai people, rice is deeply embedded in the country’s traditions, history and culture. Economically, Thailand’s rice sector accounts for 15 percent of the agricultural Gross Domestic Product, the highest of any agriculture product in the country. Over half of all arable land in Thailand is dedicated to growing rice and accounts for the single biggest source of jobs in the agriculture sector. It also ranks as the second highest value among Thailand’s exports, earning a total of $4.7 billion in 2015. Experts anticipate that in the 2016/17 seasons, Thai rice farmers will produce between 23 to 25 million tons of rice, of which three varieties predominate: Thai White Rice, Jasmine Rice and Sticky Rice. While historically one of the dominant global exporters of rice, Thai government policy over the last ten years has upended the rice market in Thailand, diminishing its reputation globally and flooding domestic markets with cheap, low quality rice. From 2004 to 2014, the government instituted the Thai Rice Pledging Program that sought to stabilize the market for smallholder farmers, guaranteeing high prices irrespective of quality or market demand. The government’s intentions were then to stockpile the rice until world market prices increased, at which point the government would sell off its stockpile for a net gain. Unfortunately, the program did not have the desired results: Global rice prices never rose to a level that would allow the government to recoup the cost of their program and instead created a domestic surplus that drove prices down byr approximately 40 percent. Though the government ended the Rice Pledging Program in 2014, the consequences of the program persist. Farmers did not have an incentive to invest in improved agriculture practices, instead concentrating on expanding the total rice production area rather than increasing yields, improving quality, or diversifying to other crops. The current government is working to modernize the rice sector, designing policies and funding programs that seek to improve yields and quality, strengthen market linkages, and support rice farmers to diversify into other crops. However, lack of government capacity, weak farmer organizations, farmers’ persistent debt, among other issues, are slowing uptake of the practices necessary to improve farm productivity and the financial health of farming households. In the northeast of the country, the lack of investment in improved farm practices is particularly striking. A variety of factors combine to put smallholder farmers at a competitive disadvantage compared to their peers elsewhere in Thailand. Ubon Ratchathani, a province that borders southern Laos and northern Cambodia, stands out as one of the provinces struggling the most to modernize its rice production. It is one of the least developed provinces in Thailand with some of the highest poverty rates and lowest scores on the Human Achievement Index. The province dedicates one of the highest percentages of land to rice production yet suffers some of the lowest yields per hectare. A study conducted by GIZ in 2014 indicates that farmers in Ubon Ratchathani average approximately 50 percent less rice yield per hectare compared with the central Thailand producing provinces for the same rice variety, Jasmine 105. The market assessment conducted by Mercy Corps in September/October 2015 suggests that number may be closer to 60 percent. Varied factors are responsible for lower rice productivity and stressed livelihoods of rice farmers in Ubon Ratchathani: • Irrigation - Farmers rely almost entirely on rain-fed irrigation for agriculture, and with the impact of climate change, erratic weather and frequent drought, this negatively impacts rice production. Farmers closer to rivers are more likely to use irrigation, however, most farmers do not have such access. One of the impacts of this unequal access to water is that some farmers are less able to use traditional, non-chemical methods to control for weeds and pests. For example, early flooding of rice paddies suppresses weed growth and protects seedlings from pests. However, changing weather patterns make it harder for farmers to gauge optimal planting seasons, when sustained rains are more likely. • Soil Quality - Soil quality in Ubon Ratchathani is generally less fertile, with higher clay and sand content than other regions of Thailand. While farmers have access to a variety of fertilizers and soil conditioners, both conventional and organic, they have limited knowledge on how to apply them, and the quantity to use based on the unique composition of the soil on their farms. Some of the farmers Mercy Corps spoke with have, after learning how to analyze their own soil, found they could reduce their use of chemical fertilizers by as much as 75 percent, saving money and improving their profitability substantially, as well as reducing their environmental impact. • Seed Quality - The majority of farmers in Ubon Ratchathani are saving part of their harvest each year and using as seed. While this is a traditional practice passed down through generations and largely viewed as a less expensive alternative to purchasing, these seeds are typically inferior in quality and lead to less productive farms. Producing high quality rice seed is a distinct agricultural practice, requiring different and more labor-intensive practices than simply growing rice to process for human consumption. Certified high quality seed is more expensive to purchase, and not readily available across Ubon Ratchathani. • Labor - Thailand is similar to other countries in the region in that youth are increasingly departing from agriculture to pursue jobs and careers in the cities. The farming population is aging, with the average age of a farmer in Thailand around 54 years old, creating a significant shortage of available farm labor. Though migrant farm workers from neighboring countries offer some relief during labor-intensive points in the rice season, the growing schedule in Thailand is such that rice matures at the same pace across the province – driving all farmers to require labor at the same time, stressing an already scarce resource and driving wages higher. • Mechanization - Compounding the effects of the labor shortage is the relative high cost and lack of access to mechanized equipment. Larger equipment, such as combine harvesters and tractors, are often beyond the price range for smallholder farmers to purchase on their own. There are businesses that rent these machines, typically based in Central and Northern Thailand, but – as with manual labor – supply is not sufficient. While farmers closer to urban centers are typically able to procure these services, those in areas that are more isolated are not prioritized and must wait beyond the optimal time to harvest – creating a greater risk for crop loss and potentially reducing quality. • Access to Finance/Cycle of Debt - The Thai government provides subsidized loans to farmers through the Bank of Agriculture and Agricultural Cooperatives (BAAC). Generally, farmers who are interested in these loans are able to access them either directly or through their cooperatives. However, many smallholder farmers are locked within a cycle of debt, often taking out one loan to pay off another. Numerous factors contribute to this, including the high cost of inputs, low rice prices, poor yields, and mismanagement of household and farm level finances whereby farmers take out one loan to pay off another. • Cooperatives - Cooperatives in Thailand are typically established as financial institutions in order to access subsidized loans through the BAAC, via which they can then pass credit on to their members. Over the years, the government has invested substantially in trying to build the capacity of cooperatives to provide greater service offerings to their members (e.g. renting equipment and providing extension services) and to reduce the near-monopoly that traders and millers have in the rice market. However, government initiatives, subsidies and provision of equipment have not been accompanied with adequate training and facilitation of market linkages. For instance, cooperatives that received milling equipment were neither taught proper maintenance nor the financial investment needed for basic upkeep. Additionally, without accompanied markets to sell to, nor capacity building to prepare cooperatives to build those marketing networks, the secondary processing created a financial risk. Without the capacity to operate as sustainable businesses, cooperatives are ill prepared to serve as a counter-balance to the power and influence of both the rice millers and traders. • Access to Markets - Both farmers and cooperatives are limited in their ability to reach higher value markets and/or negotiate higher prices with existing traders. There is, for the most part, no differentiation in price between freshly harvested “wet paddy” and rice that has already been dried and is ready for milling. Given that rice is sold by weight, farmers therefore have an incentive to sell rice immediately after harvest to ensure that the moisture content of their rice is maintained, thus heavier and bringing in more income.

งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการกล้าทำดี

-

รายการ Perspective จะมาเผยแพร่เรื่องราว อีกนิดพิชิตเอดส์ / AIDs Almost Zero

วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายนเวลา 21.40 น. ทางช่อง 30 Modern9 TV

เปิดตัวโครงการ อีกนิดพิชิตเอดส์

AIDS-Almost Zero’ ตั้งเป้ายุติเอดส์ในไทยภายในปี 2573 โดยภาครัฐและภาคประชาสังคมกว่า 30 องค์กร

เชฟรอนสนับสนุนกลุ่มสตรีจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการ “Fund 4 Life” จำหน่ายสินค้าในงานกาชาด จ. นราธิวาส

-

มูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานี เปิดตัวโครงการ "ฮักข้าว"

ชี้แจงเปิดตัวโครงการ"ฮักข้าว" จังหวัดอุบลฯ ในงานท่านผู้ว่าราชการอุบลราชธานี ดร.สมศักดิ์ จังตระกูล ได้ใหเกียรติ์มาร่วมแถลงเปิดงานโครงการ ร่วมกับภาคีผูสนับสนุนโครงการ บริษัท John deere และ Mercy Corps ซึ่งเป็น Ngo USA.ร่วมในงานด้วย

งานสัมมนา การจัดการร่วม ทางเลือก ทางรอดของคน ดิน น้ำ ป่า บทสรุปและข้อเสนอ เพื่อการจัดการร่วมที่ดินและป่าไม้สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

-

ประกาศสอบราคา Internal Auditing of GF

-

Test

Test

Test

Test

การป้องกันและแก้ไขเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ท้องไม่พร้อม/ความรุนแรงทางเพศในสถานประกอบการ

สถานการณ์ด้านประชากรในปัจจุบันกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ประชากรวัยแรงงานจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อประเทศไทยต้องเร่งสร้างคุณภาพคนเพื่อรองรับ การส่งเสริมให้ทุกคนเกิดอย่างมีคุณภาพ การสร้างความตะหนักรู้ การเข้าถึงการมีอนามัยเจริญพันธ์ที่เหมาะสม การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว การจัดการความรู้เรื่องครอบครัวศึกษา และพฤติกรรมทางเพศ ตลอดจนสุขภาวะทางเพศที่เหมาะสมและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน พื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานพบว่าเป็นเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงด้านอาชีวอนามัยและเป็นพื้นที่ที่พบอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 15-19 ปี รวมทั้งความรุนแรงทางเพศที่เพิ่มขึ้น จังหวัดลำพูนเป็นพื้นที่หนึ่งมีการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความรุนแรงทางเพศ และการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ผลจากาการดำเนินงานในระยะเวลา 3-5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดกลไกในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด การศึกษา สาธารณสุขจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาสังคม ทั้งนี้ในการทำงานมีกระบวนการวิเคราะห์กลุ่มประชากรเปราะบางในพื้นที่ พบว่าส่วนมากเป็นเยาวชนชายหญิงในสถานศึกษาและเยาวชนหญิงชายที่มีความหลากหลายทางเพศทั้งในชุมชนและสถานประกอบการ จากการทำงานพบว่าสถานการณ์ของปัญหาไม่ได้ลดลงแต่กลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายหนึ่งในการทำงาน ที่โครงการจะเข้าไปสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องสุขภาวะทางเพศให้กับพนักงานและผู้บริหาร ในสถานประกอบการและสร้างเครือข่ายการทำงานให้ความช่วยเหลือระหว่างสถานประกอบการและภาคในชุมชน

โครงการชีวาป่าดอย

กลุ่มผู้หญิงชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในจังหวัดเชียงใหม่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อเป็นแหล่งรายได้ และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน จากการเพิ่มช่องทางด้านการตลาดและรายได้และได้พัฒนาการมีส่วนร่วมในการวางแผน จัดการ และตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคมของกลุ่ม และยังได้รับการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับวิสาหกิจชุมชน การพัฒนาแผนธุรกิจ และการเชื่อมโยงกับกลุ่ม/เครือข่ายภายนอก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพเหนือกว่าเพื่อการพัฒนาแผนธุรกิจ โดยเรามีเครือข่ายความร่วมมือให้เกิดการร่วมกันทำงาน จากหลายส่วนทั้ง ของตัวแทนภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ท้องถิ่น และเอกชนในระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมสร้างรายได้ของกลุ่มผู้หญิง

โครงการ ฝนตกที่ไหน ?

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของฝนที่ตก ฝนไม่ตกตามฤดูกาลบ้าง ผลตกล่าช้าบ้าง บางครั้งฝนตกในปริมาณน้อยทำให้ดินแห้ง แล้ง หรือการเกิดพายุฝนจนน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยอย่างมาก นำไปสู่ความไม่มั่นคงของอาหาร การย้ายถิ่นของประชากรล้วนเป็นปัจจัยจากผลกระทบนี้เช่นกัน หลายประเทศทั่วโลกต่างประสบปัญหานี้ สถาบันด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของมนุษย์ มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (UNU-EHS) และองค์การแคร์นานาชาติ ด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มแอกซ่า และมูลนิธิจอห์น ดี. และแคทเธอรีน ทีแมคอาเธอร์ จึงเปิดตัวความร่วมมือทำโครงการวิจัยศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝนที่มีปฏิกิริยาต่อชุมชน โดยให้ความเข้าใจเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของฝนที่ตก ต่อความมั่นคงด้านอาหารและการดำรงชีวิต รวมถึงการย้ายถิ่น โดยจัดทำกรณีศึกษาใน 8 ประเทศ คือ บังกลาเทศ กานา กัวเตมาลา อินเดีย เปรู แทนซาเนีย ไทย และเวียดนาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในส่วนของภาครัฐบาล องค์กรภาคประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนภาคเอกชน ในส่วนประเทศไทย รักษ์ไทยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเกษตรศาสตร์ โดยมีพื้นที่วิจัยอยู่ที่ จ.ลำพูน และเตรียมขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ อีกทั้งเรายังทำงานร่วมกับชาวบ้านในการสังเกตุพฤติกรรมการตกของฝนที่จะส่งผลต่อการเกษตรโดยเฉพาะอาชีพปลูกข้าวซึ่งกระทบต่อการเก็บเกี่ยวข้าว จนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เราเข้าไปสอนให้ชาวบ้านทำแผนที่ระบบ GTS เพื่อสำรวจการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ว่าพื้นที่ไหนเป็นป่า เป็นที่นา ที่ทำการเกษตร และแหล่งน้ำอยู่ที่ไหน รวมถึงการร่วมกันวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง และผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาพัฒนาระบบน้ำ ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีการฟื้นฟูต้นน้ำ อาทิ การทำฝายดักตะกอนตามพระราชดำริของในหลวง

Youth Leadership Development

Thailand as a middle-income country needs to develop its youth with leadership and business skills. This is not easy for youth at the provincial and rural areas where the schools have a tight mandate of training students in order to meet the academic criteria. Therefore students , particularly girls , in more remote areas lack important skills that will enable to grow up to be their full potential particularly in areas that require technology (STEM).

ECD Professionals and Parenting Programme

Between 2017-2021 , MICS data and UNICEF's analysis suggest that the understanding of parents and communities on the effective care for child development in areas such as breastfeeding , nutrition , protection , care , engagement of father in activities that promote learning and school readiness , and development of children are areas which need to be built upon and further strengthened in Thailand. In order Raks Thai has a distinctive technical capacity of the organization in the sector area. It also has a strong capacity in the field with the dedicated field coordinators to ensure the timely implementation that engage parents' and reputation for the local capacity building and works in close coordination with the local municipality.

บริษัท มาสเตอร์พีช ไลฟ์ วิชั่น จำกัด บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ. สกลนคร

บริษัท มาสเตอร์พีช ไลฟ์ วิชั่น จำกัด บริจาค 1 แสนบาท ผ่านมูลนิธิรักษ์ไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ. สกลนคร

โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนชายฝั่งทะเลเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย

-

ช่วยภัยพิบัติภาคอีสาน 60

-

โครงการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ภายใต้แผนฉุกเฉินของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ (U.S. President’s Emergency Plan for AIDS/PEPFAR) ได้สนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่น เพื่อพัฒนาการเข้าถึงบริการเอชไอวีที่มีคุณภาพสำหรับประชากรกลุ่มหลักในประเทศลาว ไทย และเวียดนาม โดยตั้งเป้าการดำเนินงานโครงการมีระยะเวลาสามปี (พ.ศ. 2558 - 2561) ทั้งนี้มุ่งส่งเสริมการดำเนินงานด้านเอชไอวีในระดับชาติของประเทศลาว ไทย และเวียดนาม โดยให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบาย โครงการมุ่งพัฒนาศักยภาพและเสริมพลังให้กับองค์กรภาคประชาสังคมโดยให้ชุมชนและกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวีมากที่สุดเป็นหัวใจในการรณรงค์และกิจกรรมของโครงการโครงการนี้ทำงานกับผู้นำชุมชนของผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีและของกลุ่มประชากรหลักที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี ได้แก่ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย คนข้ามเพศ พนักงานบริการทางเพศ ผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด

โครงการส่งเสริมการป้องกันเอดส์ในแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

ในระยะแรกโครงการฟ้ามิตรได้ดำเนินกิจกรรมป้องกันเอชไอวี ซึ่งสามารถเข้าถึงแรงงานข้ามชาติได้มากกว่า 480,000 คน ใน 22 จังหวัดของประเทศไทย ระหว่างปี 2546-2552 องค์กรภาคีของฟ้ามิตรได้ใช้กลยุทธต่างๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และสร้างความตระหนักของแรงงานข้ามชาติ ต่อเรื่องเอชไอวี เพิ่มอัตราการใช้ถุงยางอนามัย ส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ และการบริการเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ รวมทั้งการให้คำปรึกษาและการตรวจเอชไอวีโดยสมัครใจ ฟ้ามิตรได้จัดให้มีบริการสาธารณสุขที่ "เป็นมิตรกับแรงงานข้ามชาติ" โดยการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครแรงงานต่างด้าว

โครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ด้วยชุด RRTTR

โครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ด้วยชุด RRTTR (Stop TB and AIDS through RTTR: STAR) ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการ “การเข้าถึง-เข้าสู่บริการ-ตรวจหา-รักษา-คงอยู่ในระบบ” (RRTTR: Reach-Recruit-Test-Treat-Retain (ซึ่งในการบริหารทุนภายใต้โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโลกจะมีหน่วยงานผู้รับทุนหลัก 2 หน่วยงานทั้งจากภาครัฐและภาคประชาสังคม ซึ่งหน่วยงานผู้รับทุนหลักในภาครัฐ ได้แก่ กรมควบคุมโรค และหน่วยงานผู้รับทุนหลักในภาคประชาสังคม ได้แก่ มูลนิธิรักษ์ไทย โดยหน่วยงานผู้รับทุนหลักทั้ง 2 แห่งนี้ มีผลงานการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับจากกองทุนโลกอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546

ONYX Hospitality Group ร่วมช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้

-

อาหารขาดแคลน

test

การสร้างพลังให้สตรีและเด็กในการทำงานเพื่อบรรเทาความรุนแรง และสร้างความเข้มแข็งการเตรียมการรับภัยพิบัติน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เหตุผลที่มูลนิธิรักษ์ไทยเลือกจังหวัดอยุธยาเป็นจังหวัดที่ดำเนินการโครงการต่อไป และเหตุผลที่เน้นสร้างพลังให้ผู้หญิงและเด็ก ก็เนื่องมาจากว่า จังหวัดอยุธยายังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมรุนแรงในปี 2554 (2011 severe flooding) และยังคงอยู่ในระยะฟื้นฟู (undergoing its rehabilitation phase) (การต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานเช่นนี้เป็นเพราะความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วมในอยุธยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่จากข้อมูลของประเทศ มีจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุน้ำท่วมมากที่สุด (เสียชีวิต 200 ราย) ในขณะที่หลายหมู่บ้านยังคงมีน้ำท่วมหมดเป็นเวลาหลายเดือน มีความเสียหายในวงกว้างที่เกิดแก่วิถีชีวิต บ้านเรื่อง โรงเรียน ทรัพยากรธรรมชาติ และแม้แต่มรดกทางวัฒนธรรม ต้นไม้ถูกทำลายและตามฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยขยะและของเสียอื่นๆ ที่ทำลายประมงท้องถิ่น มูลนิธิรักษ์ไทยมุ่งสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟู และเตรียมชุมชนสำหรับภัยพิบัติแบบเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต เราจะให้ความช่วยเหลือโดยใช้รูปแบบการสร้างพลังให้ผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากสองกลุ่มนี้เป็นสองกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมปี 2554 มากที่สุด

เสียงและทางเลือก / เครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี ประเทศไทย

เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยเป็นผู้หญิง และเป็นเยาวชนผู้หญิงที่มีอายุต่ำลงเรื่อยๆ พวกเธอมีความเปราะบาง ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบทางสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ หลายคนต้องเผชิญกับความเข้าใจผิดของสังคมเพราะอคติเรื่องเพศ ส่งผลต่อพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพ และสุขภาวะทางเพศที่เหมาะสม ขาดอำนาจการสื่อสารการต่อรองเรื่องเพศกับคู่นอนได้ ทำให้ผู้หญิงจำนวนหนึ่งต้องรับเชื้อเอชไอวีเพิ่ม ผู้หญิงหลายคนไม่สามารถยอมรับสภาวะการติดเชื้อเอชไอวี และไม่กล้าบอกสถานะผลเลือดกับคู่ของตัวเองได้ ทำให้ถูกทิ้ง ทั้งที่ยังไม่ทราบสาเหตุการติดเชื้อ หลายคนถูกบังคับให้ทำหมัน หลายคนถูกโน้มน้าวทางอ้อมเพื่อไม่ให้มีลูก และหลายครั้งที่ถูกสังคมตีตราว่าเป็นผู้แพร่เชื้อ โครงการ “เสียงและทางเลือก” ของเครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี ประเทศไทย จึงรวมตัวกันเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ เปลี่ยนแปลงพลังภายในเป็นเชิงบวก สร้างความมั่นใจในการเรียนรู้จักตนเอง ยอมรับตนเอง และสามารถจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคู่ได้ รวมทั้งสามารถสื่อสารกับเพื่อนและผู้ให้บริการด้านสุขภาพในการตัดสินใจกำหนดชีวิตตัวเองได้ รวมทั้งผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้เกิดเสียงสะท้อนในระดับนโยบาย ภายใต้ประเด็นการส่งเสริมสุขภาวะทางเพศ และอนามัยเจริญพันธุ์ที่เอื้อต่อผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี

โครงการชุมชนมีสุข (CAP)

ลุ่มน้ำแม่แจ่ม นับเป็นลุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดลุ่มน้ำหนึ่งของภาคเหนือ เนื่องจากลุ่มน้ำแม่แจ่มมีพื้นที่ 2,686.57 ตร.กม. ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่ปิง โดยมีปริมาณน้ำไหลสู่น้ำแม่ปิงประมาณ 40% นอกจากนี้พื้นที่ป่าแม่แจ่มเป็นพื้นที่ต้นน้ำชั้น 1 และมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายของพืชและสัตว์ เช่า กวางผา เสือโคร่ง นก และพืชพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นอีกมากมาย การขยายตัวของพืชเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้าวโพดที่การส่งเสริม และระบบการปลูกของชาวบ้านในพื้นที่ขาดการคำนึงถึงการอนุรักษ์ และผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้พื้นทีป่าในเขตลุ่มน้ำแม่แจ่มถูกบุกรุกแผ้วถาง เพื่อขยายพื้นที่ปลูก นอกจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ผลกระทบจากการกัดเซาะหน้าดิน ส่งผลให้เกิดตะกอนดินทราย ทับถมลำห้วยสาขาน้ำแม่แจ่ม และน้ำแม่แจ่ม ทำลายระบบนิเวศ โดยเฉพาะแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และยังส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลาก การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชาวบ้าน และเครือข่ายลุ่มน้ำในพื้นที่ เพื่อการวางแผนการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้ที่ดินที่เหมาะสมกับการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ จึงเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน มูลนิธิรักษ์ไทยองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีโอกาสดำเนินงานในพื้นที่และร่วมสนับสนุน ตั้งองค์กรชุมชนในระดับต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน เพื่อให้องค์กรเหล่านี้ ได้มีบทบาทในการวางแผนการจัดการและใช้ประโยชน์ที่ดิน ป่าไม้ โดยยังคงรักษาความสมดุลย์ของระบบนิเวศ พร้อมกับการพัฒนาทางเลือกในการประกอบอาชีพ เพื่อนำไปสู่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างอนุรักษ์ เช่น ระบบไร่นาสวนผสม ไร่ยั่งยืน วนเกษตกร การอนุรักษ์ดินและน้ำ ร่วมทั้งการพัฒนาอาชีพเสริมรายได้เพื่อลดแรงกดดันในการใช้ประโยชน์จากป่า

โครงการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี/เอดส์ในชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอบ RCC (RCC-Prevention)

จากข้อมูลอัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในกลุ่มเยาวชนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย เนื่องด้วยขาดความรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันตนเอง รวมทั้งทัศนคติและค่านิยมทางเพศที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องมีการทำงานกับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยได้รับการอนุมัติงบประมาณจากกองทุนโลกฯ ต่อเนื่องจากโครงการจากเอดส์รอบที่ 1 หรือเรียกว่า Rolling Continuing Channel : RCC ภายใต้ชื่อโครงการ Aligning Care and Prevention of HIV/AIDS with Government Decentralization to Achieve Coverage and Impact : ACHIEVED โครงการ ACHIEVED หรือเรียกสั้นๆ ว่าโครงการ RCC มีเป้าหมาย เพื่อลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในกลุ่มเยาวชน และสร้างความยั่งยืนโดยการบูรณาการการป้องกัน และรักษาเอดส์เข้าสู่ภารกิจของหน่วยงานระดับท้องถิ่น จังหวัด และส่วนกลาง ให้ครอบคลุมกลุ่มเยาวชนในชุมชน

ผู้ใหญ่ใจดี

-

มาสเตอร์พีชร่วมช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้

-

-

-

บริษัท มาสเตอร์พีซ ไลฟ์ วิชั่น จัดงาน Roadshow

-

เทส

-

- ชมรมสาธิตจุฬาฯ รุ่น 7 จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ระดมทุนให้ศูนย์เด็กลูกหลานแรงงานข้ามชาติ จ.สมุทรสาคร

- ชมรมสาธิตจุฬาฯ รุ่น 7 จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ระดมทุนให้ศูนย์เด็กลูกหลานแรงงานข้ามชาติ จ.สมุทรสาคร

สู้กับธรรมชาติ ด้วยธรรมชาติ

-

แหกตาดูโลกยาเสพติด มุมมองต้องเปลี่ยน

-

งานประกาศผลรางวัลการประกวดออกแบบโปสเตอร์

-

คณะผู้บริหาร มูลนิธิรักษ์ไทย และบริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด เข้าพบ ฯพณฯ นายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

-

บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย จัดกิจกรรม “มะหมา-มะเหมียว Charity” เพื่อเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ไร้บ้าน

บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย จัดกิจกรรม “มะหมา-มะเหมียว Charity” เพื่อเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ไร้บ้าน

บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ หมู่บ้านแจ่มน้อย อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ หมู่บ้านแจ่มน้อย อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-