fbpx

การรังแกคืออะไร

การรังแกคืออะไร?

ที่ผ่านมาเราเข้าใจความหมายของคำนี้จริงๆหรือเปล่า การรังแกจริงๆแล้ว คือการกระทำที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่ายโดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้ได้ และเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กระทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือในบางกรณีการกระทำครั้งเดียวแต่มีผลกระทบกับผู้ถูกกระทำ ก็ถือว่าเป็นการรังแก การรังแกมีจุดมุ่งหมายในการทำร้ายจิตใจ โดยวิธีต่างๆ เช่น บังคับ ขู่เข็ญ คุกคาม ทุบตี ล้อเลียน กีดกันออกจากสังคม หรือจำกัดเสรีภาพ จิตใจ เนื่องจากผู้รังแกมีเจตนาทำร้ายทั้งทางร่างกาย หรือจิตใจ ทำให้พฤติกรรมการรังแก ถือเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่ง การรังแกส่งผลเสียให้แก่ชีวิตตัวของผู้ถูกรังแกอย่างมาก และอาจทำให้ผู้ถูกรังแกขาดความมั่นในใจการเข้าสังคมไปเลย

การรังแกนั้นกลายเป็นหนึ่งในปัญหารุนแรงที่เราควรรีบหาทางแก้ไข ในทุกๆปี มีเด็กจำนวนมากที่ต้องทนกับปัญหาการรังแก จากงานวิจัยของ Plan international ระบุว่า เด็กกว่า 246 ล้านคนเจอปัญหาความรุนแรงจากการรังแกกันในบริเวณโรงเรียนทุกปี

ในความเป็นจริงแล้ว การรังแกสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท เช่น รังแกทางกายภาพ กีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน เผยแพร่ข่าวลือเชิงลบ ทำลายข้าวของ เป็นต้น ในประเทศไทยบ่อยครั้งการรังแกถูกมองว่าเป็นแค่การหยอกล้อ หรือเล่นกันระหว่างเพื่อน และเพราะเหตุน้ัน ครูหลายคนจึงมองว่าการรังแกเป็นเรื่องธรรมดา และเกิดขึ้นได้ในชีวิตวัยเด็ก และในหลายสถานการณ์ หากครูลงมือจัดการกับปัญหาการรังแกที่เกิดขึ้น มักจะจัดการด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้ผู้รังแกรังแกเหยื่อต่อไปเรื่อยๆ

ในการรับมือกับปัญหาการรังแก รักษ์ไทยได้จัดทำโครงการกล้าทำดีขึ้น ความพิเศษของโครงการนี้ คือ การไม่ตัดสินว่านักเรียนเป็นใคร เป็นคนรังแก ผู้ถูกรังแก หรือผู้ร่วมเหตุการณ์การรังแก เพื่อไม่ให้เกิดการ ตีตรา (Labelling) ซึ่งอาจกลายเป็นปมในใจ เป็นการรังแกทางจิตใจอย่างหนึ่งต่อเด็ก และในช่วงชีวิตของเด็กอาจอยู่ในหลายบทบาทของการรังแกด้วยเช่นกัน แต่โครงการจะช่วยให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง หรือบทบาทใดบทบาทหนึ่งในเรื่องการรังแก ให้มีทักษะที่จะหลุดออกมาจากวงจรแห่งการรังแกนั้นได้ เพราะเราเชื่อว่า “เด็กทุกคนเปลี่ยนแปลงได้” โครงการนี้เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนคิดพิจารณาด้วยตนเองได้ โดยผู้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิด สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม มองว่าเด็กวัยประถมศึกษาพร้อมจะพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคม หากเป็นช่วงอายุมากกว่านี้จะแก้ไขยาก ด้วยอคติที่ได้รับการปลูกฝังยาวนาน และการปรับพฤติกรรมต้องการมีการทดลอง โดยใช้โครงงานที่เด็กคิดเองทำเองในแนวทางสร้างสรรค์ และทำอย่างต่อเนื่อง จนนำสู่การยุติการรังแกในโรงเรียนได้ในที่สุดกิจกรรมมีตั้งแต่การเข้าไปคลุกคลีกับนักเรียน การทำกิจกรรม การจัดประกวดโปสเตอร์รณรงค์ การพัฒนาจากกิจกรรมสู่คู่มือปฏิบัติสำหรับเด็ก และสำหรับครูและผู้บริหารใช้ได้ เพื่อยุติการรังแกในโรงเรียน การผลักดันสู่การเป็นหลักสูตรเสริมระดับกระทรวงศึกษาธิการ และการประชาสัมพันธ์โครงผ่านสื่อทุกประเภท เพื่อเล็งผลความสนใจและการสนับสนุนในสังคมระดับกว้างและทั่วถึง

img-blog-details-01

ในการรับมือกับปัญหาการรังแก รักษ์ไทยได้จัดทำโครงการกล้าทำดีขึ้น ความพิเศษของโครงการนี้ คือ การไม่ตัดสินว่านักเรียนเป็นใคร เป็นคนรังแก ผู้ถูกรังแก หรือผู้ร่วมเหตุการณ์การรังแก เพื่อไม่ให้เกิดการ ตีตรา (Labelling) ซึ่งอาจกลายเป็นปมในใจ เป็นการรังแกทางจิตใจอย่างหนึ่งต่อเด็ก และในช่วงชีวิตของเด็กอาจอยู่ในหลายบทบาทของการรังแกด้วยเช่นกัน แต่โครงการจะช่วยให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง หรือบทบาทใดบทบาทหนึ่งในเรื่องการรังแก ให้มีทักษะที่จะหลุดออกมาจากวงจรแห่งการรังแกนั้นได้ เพราะเราเชื่อว่า “เด็กทุกคนเปลี่ยนแปลงได้” โครงการนี้เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนคิดพิจารณาด้วยตนเองได้ โดยผู้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิด สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม มองว่าเด็กวัยประถมศึกษาพร้อมจะพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคม หากเป็นช่วงอายุมากกว่านี้จะแก้ไขยาก ด้วยอคติที่ได้รับการปลูกฝังยาวนาน และการปรับพฤติกรรมต้องการมีการทดลอง โดยใช้โครงงานที่เด็กคิดเองทำเองในแนวทางสร้างสรรค์ และทำอย่างต่อเนื่อง จนนำสู่การยุติการรังแกในโรงเรียนได้ในที่สุดกิจกรรมมีตั้งแต่การเข้าไปคลุกคลีกับนักเรียน การทำกิจกรรม การจัดประกวดโปสเตอร์รณรงค์ การพัฒนาจากกิจกรรมสู่คู่มือปฏิบัติสำหรับเด็ก และสำหรับครูและผู้บริหารใช้ได้ เพื่อยุติการรังแกในโรงเรียน การผลักดันสู่การเป็นหลักสูตรเสริมระดับกระทรวงศึกษาธิการ และการประชาสัมพันธ์โครงผ่านสื่อทุกประเภท เพื่อเล็งผลความสนใจและการสนับสนุนในสังคมระดับกว้างและทั่วถึง

img-blog-details-02

  • ในการรับมือกับปัญหาการรังแก รักษ์ไทยได้จัดทำโครงการกล้าทำดีขึ้น ความพิเศษของโครงการนี้ คือ การไม่ตัดสินว่านักเรียนเป็นใคร เป็นคนรังแก ผู้ถูกรังแก หรือผู้ร่วมเหตุการณ์การรังแก เพื่อไม่ให้เกิดการ ตีตรา (Labelling) ซึ่งอาจกลายเป็นปมในใจ เป็นการรังแกทางจิตใจอย่างหนึ่งต่อเด็ก และในช่วงชีวิตของเด็กอาจอยู่ในหลายบทบาทของการรังแกด้วยเช่นกัน แต่โครงการจะช่วยให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง หรือบทบาทใดบทบาทหนึ่งในเรื่องการรังแก ให้มีทักษะที่จะหลุดออกมาจากวงจรแห่งการรังแกนั้นได้ เพราะเราเชื่อว่า “เด็กทุกคนเปลี่ยนแปลงได้” โครงการนี้เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนคิดพิจารณาด้วยตนเองได้ โดยผู้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิด สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม มองว่าเด็กวัยประถมศึกษาพร้อมจะพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคม หากเป็นช่วงอายุมากกว่านี้จะแก้ไขยาก ด้วยอคติที่ได้รับการปลูกฝังยาวนาน และการปรับพฤติกรรมต้องการมีการทดลอง โดยใช้โครงงานที่เด็กคิดเองทำเองในแนวทางสร้างสรรค์ และทำอย่างต่อเนื่อง จนนำสู่การยุติการรังแกในโรงเรียนได้ในที่สุดกิจกรรมมีตั้งแต่การเข้าไปคลุกคลีกับนักเรียน การทำกิจกรรม การจัดประกวดโปสเตอร์รณรงค์ การพัฒนาจากกิจกรรมสู่คู่มือปฏิบัติสำหรับเด็ก และสำหรับครูและผู้บริหารใช้ได้ เพื่อยุติการรังแกในโรงเรียน การผลักดันสู่การเป็นหลักสูตรเสริมระดับกระทรวงศึกษาธิการ และการประชาสัมพันธ์โครงผ่านสื่อทุกประเภท เพื่อเล็งผลความสนใจและการสนับสนุนในสังคมระดับกว้างและทั่วถึง
ติดต่อมูลนิธิรักษ์ไทย