Life Free From Violence : ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

โพสเมื่อ : 11 มีนาคม 2564

ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

     ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศนั้น ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน เพราะยังมีหลายประเทศที่อยู่ในสังคมที่ “ผู้ชายเป็นใหญ่” ซึ่งโดยผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นจะไม่มีสิทธิ์ มีเสียงในการแสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จะมีสถานะเป็นแค่ผู้ฟัง ผู้ตาม ผู้สนับสนับสนุนผู้ชายเท่านั้น ไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำ ผู้ตัดสินใจ ผู้ที่มีอำนาจได้เลย
 
“Gender Equality must be promoted to end violence” ดร.แกรี่ สุวรรณรัตน์ : อดีตผู้แทน Ford Foundation Thailand อดีตผู้จัดการโครงการองค์การเพื่อพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ (USAID) และหนึ่งในกรรมการบริหารมูลนิธิรักษ์ไทย

"เงินบริจาคของคุณ เพียงเล็กน้อย สามารถช่วยเหลือให้ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง ให้หลุดพ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้"

“ความรุนแรงต่อผู้หญิง จะต้องไม่เป็นความเงียบอีกต่อไป” คุณนวลพรรณ ล่ำซำ : กรรมการผู้จัดการและเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และหนึ่งในกรรมการบริหารมูลนิธิรักษ์ไทย

 

     ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นแฟน หรือ คู่สามี-ภรรยา มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงส่งผลกระทบอย่างหนักทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องบาดเจ็บ มีสภาพจิตใจหดหู่ ภาวะเครียด เก็บกด หวาดระแวง ซึมเศร้า ซึ่งหลายรายประสบปัญหาหนักจนมีความคิดที่อยากฆ่าตัวตาย นั่นเพราะเนื่องจากไม่มีที่พึ่งพิงได้ ไม่มีคนคอยดูแลและเยียวยารักษาจิตใจ และนอกจากนั้นความหวาดกลัวต่อความรุนแรง ความสับสนและความอาย ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงที่ถูกกระทำมักไม่กล้าบอกกล่าวคนรอบข้าง หรือแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำการ
 
“ผู้หญิงทุกคนจะต้องรู้ว่า ตัวเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้” ดร.มลชยา เตชะไพบูลย์ : นักธุรกิจและหนึ่งในกรรมการบริหารมูลนิธิรักษ์ไทย

     “งานบ้านเป็นหน้าที่ของผู้หญิง” ซึ่งค่านิยมในสังคมจะเห็นได้ว่ามีการกำหนดบทบาทหน้าที่โดยแฝงไว้ผ่านทางความเชื่อ โดยมองว่า “ผู้ชาย” เปรียบเหมือนช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำครอบครัว มีหน้าที่ออกไปทำงานนอกบ้าน เป็นคนหารายได้เข้าบ้าน ส่วน “ผู้หญิง” ที่เปรียบเหมือนช้างเท้าหลังนั้น มีหน้าที่อยู่กับบ้าน คอยดูแลลูก และรับผิดชอบในสิ่งที่เรียกว่า “งานบ้าน” ซึ่งโดยตามหลักความเป็นจริงแล้ว “งานบ้าน” เป็นเรื่องของทุกคนและทำได้ทุกเพศ

 
“ครอบครัวจะต้องไม่เป็นพื้นที่ของความรุนแรง สำหรับผู้หญิงอีกต่อไป” ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วงวงศ์ญาติ : กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจด้านการให้คำปรึกษา สลิงชอท กรุ๊ป และหนึ่งในกรรมการบริหารมูลนิธิรักษ์ไทย

ภาพจำลอง เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว

     มูลนิธิรักษ์ไทย จะยืนหยัดช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับความเดือดร้อน จากความรุนแรงไม่ว่าจากครอบครัวหรือสังคม และจะสนับสนุนให้พวกเธอ หลุดพ้นและมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม มูลนิธิรักษ์ไทยจะทำให้ปีนี้ เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงทุกคนกับแคมเปญสำหรับผู้หญิงทุกคน...

     แน่นอนว่าการช่วยเหลือผู้หญิงเพียงมูลนิธิรักษ์ไทยองค์กรเดียวนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าทุกคนร่วมกันสนับสนุน "ย่อมมีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน" การแจ้งข่าว บอกกล่าว เป็นการช่วยทางหนึ่ง และรวมไปถึง การบริจาคสนับสนุนโครงการ "ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง" ก็เป็นการช่วยเหลือที่ง่ายและรวดเร็วเช่นกัน เพราะเงินบริจาคของทุกคน จะนำมาใช้เป็นแรงขับเคลื่อนเจ้าหน้าที่ ในการลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงทุกคนทั่วประเทศไทย
 
“ความรุนแรงต่อผู้หญิงต้องเป็นเรื่องของทุกคน” ดร.อริสรา กำธรเจริญ : ผู้ประกาศข่าว และหนึ่งในกรรมการบริหารมูลนิธิรักษ์ไทย

#LifeFreeFromViolence
#BetterLifeEmpowerment

โครงการอื่นๆ

ศูนย์การเรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติ มูลนิธิรักษ์ไทย สมุทรสาคร

ได้เริ่มกิจกรรมเด็กข้ามชาติที่ติดตามพ่อแม่อยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2548 โดยเริ่มจากการทำกิจกรรมอบรมให้ความรู้พ่อแม่ในเรื่องของเอชไอวีในชุมชน จากนั้นได้เห็นถึงปัญหาของเด็กผู้ติดตาม ซึ่งมีเด็กที่เข้าไปในสถานที่ทำงานกับผู้ปกครองเนื่องจากไม่มีคนดูแล นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในสถานประกอบการ อีกทั้งเด็กส่วนหนึ่งโตพอที่จะช่วยพ่อแม่ทำงานได้จนนำไปสู่การทำงานและการใช้แรงงานเด็กเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีเด็กบางส่วนที่อยู่ที่บ้านตามลำพังในระหว่างที่ผู้ปกครองไปทำงาน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุและถูกละเมิดทางเพศเด็ก

ศูนย์การเรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติ มูลนิธิรักษ์ไทย นครศรีธรรมราช

เพราะเด็กทุกคนควรได้รับสิทธิ์ในการศึกษา ร่วมสร้างโอกาสให้แก่เด็กข้ามชาติที่ไร้โอกาส เงิน 400 บาทของคุณคือทุนการศึกษาสำหรับเด็ก 1 คน

ช่วยช้างตกงาน

แต่เดิม อาชีพ “ควาญช้าง” เป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน ในภาวะที่การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด19 ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการตามเดิมได้ ทำให้ช้างจำนวนกว่า 100 เชือก รวมไปถึงควาญช้างต้องเดินทางกลับเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านดังเดิมเนื่องจากประสบปัญหาจากการขาดรายได้ ที่ส่งผลให้ช้างเข้าสู่สภาวะขาดแคลนอาหาร โดยปกติแล้วช้างที่โตเต็มที่ต้องการอาหารมากถึง 300 กิโลกรัมต่อวัน หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเดือนละ 10,000 – 15,000 บาทต่อตัว

ร่วมใจช่วยน้ำท่วมภาคใต้

มูลนิธิรักษ์ไทยขอเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ทุกคนที่ตอนนี้กำลังประสบอุทกภัย จากเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา แม้ตอนนี้สถานการณ์ในตัวเมืองจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ในต่างอำเภอยังวิกฤติอยู่และต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน คุณสามารถส่งต่อความช่วยเหลือได้