Child Learning Center of Migrant Workers Raks Thai Foundation Nakhon Si Thammarat

Publication Date : March 10, 2021

     พื้นที่ในอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ อาชีพของชาวบ้านในชุมชนที่นี่จึงเป็นการจับสัตว์น้ำในทะเล และใช้แรงงานในอุตสาหกรรมประมง ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติหลากหลายสัญชาติเดินทางเข้ามาใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ทั้งที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายและไม่ขึ้นทะเบียน ยังไม่นับรวมแรงงานจากเรือประมงจังหวัดอื่น ๆ ที่เดินทางนำเรือมาขึ้นปลาที่แพในอำเภอขนอม จากการสำรวจพบว่าแรงงานที่ปักหลักสร้างครอบครัวในพื้นที่ อำเภอขนอม มีผู้ติดตามเป็นเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ไม่ต่ำกว่า 200 คน ซึ่งเป็นเด็กทั้งที่มาจากประเทศต้นทางและมาเกิดในประเทศไทย

บรรยายภาพ : ภาพเจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทยเป็นอาสาสมัครมาสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้แก่เด็กนักเรียนในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ ฯ

     มูลนิธิรักษ์ไทยเริ่มดำเนินการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัยมาในปี 2548 โดยในปีแรกมีเด็กเข้ารับการศึกษาจำนวน 80 คน แต่จำนวนเด็กที่เข้ารับการศึกษากลับลดลงเรื่อย ๆ ในปีต่อ ๆ มา ปัจจุบันเหลือเด็กที่อยู่ในความดูแล 25 คน เนื่องจากปัญหาค่าแรงของผู้ปกครองค่อนข้างต่ำ ทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ล่ะเดือนไม่เพียงพอ จึงไม่มีกำลังส่งลูกหลานเรียนหนังสือต่อได้ เป็นสาเหตุทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา เด็กบางคนต้องเข้าสู่กระบวนการใช้แรงงานเร็วกว่าวัยอันควร สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพราะสถานที่ทำงานแพปลาไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก อีกทั้งความเสี่ยงเมื่อเด็กต้องอยู่ห้องแถวในแพเพียงลำพังคนเดียว อาจมีโอกาสในการถูกละเมิดทางเพศหรือถูกทำร้ายได้

     อย่างน้อยที่สุด ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัย จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เด็กได้รวมตัวกันทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่เสริมศักยภาพ เพิ่มทักษะชีวิตแก่เด็ก ๆ สอดคล้องกับบริบทและสภาพแวดล้อมของชุมชนแรงงานข้ามชาติและหากเมื่อวันหนึ่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในระบบจะสามารถปรับตัวและสามารถเรียนต่อได้หรือหากเติบโตในประเทศไทย โดยไม่ได้กลับประเทศก็จะมีทักษะชีวิตส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

บรรยายภาพ :  น้องนูนูวิง เด็กนักเรียนหญิงที่เป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ ฯ กำลังฝึกเขียนตัวอักษรภาษาพม่า

“ทิ้งฝันตัวเอง สานต่อให้น้องทั้ง 2 คน”

     คือ เรื่องราวของ น้องยี่สิบ อดีตนักเรียนศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัย เมื่อครั้งโครงการฟ้ามิตร 1 (พ.ศ. 2552) จากเด็กที่เคยวาดฝันไว้ว่า จะตั้งใจเรียนพื่อให้การศึกษาเป็นบันไดที่ทำให้เขาหลุดพ้นจากการใช้แรงงาน ไม่ต้องถูกใช้แรงงานเหมือนพ่อกับแม่ สุดท้ายความฝันของน้องยี่สิบก็พังลง น้องยี่สิบกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวในวัย 16 ปี ต้องออกจากระบบการศึกษามาทำงานหาเช้ากินค่ำ ดูแลน้องทั้ง 2 คน (สามสิบและน้ำอ้อย) แทนพ่อที่ทอดทิ้งไปมีครอบครัวใหม่และแม่ที่ด่วนจากไป บันไดที่ใช้ข้ามกำแพงของตัวเองถูกยุติไว้เพียงเท่านี้ แต่บันไดของน้องอีก 2 คนยังสามารถทอดได้ยาวกว่าตัวเขา แม้การใช้แรงงานจะเป็นงานที่ไม่น่าพิศมัยนักแต่ยี่สิบกลับทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อดูแลสามสิบและน้ำอ้อย พร้อมกับการมอบความรักและห่วงใยแทนพ่อแม่ให้แก่ทั้งคู่ สามสิบและน้ำอ้อยได้เข้ามาเรียนศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติตามอัธยาศัยตามที่พี่ชายหวังไว้ ปัจจุบันน้ำอ้อยได้เข้าศึกษาในโรงเรียนระบบของรัฐจากการช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและน้ำพักน้ำแรงของยี่สิบ

เป้าหมายของเรา

1. เด็กผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติเข้าถึงการศึกษาในศูนย์เรียนรู้ทางเลือกในชุมชนใกล้ที่พักแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้เด็กมีความรู้ความสามารถ มีทักษะชีวิตในการปกป้องตนเองไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ ได้เรียนรู้ถึงการเข้าถึงช่องทางการร้องเรียนและได้รับความช่วยเหลือตามกระบวนการยุติธรรม
2. เด็กมีพื้นที่ปลอดภัย มีศูนย์กลางในการมาพบกัน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
3. เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สามารถจัดการเรียนการสอนตามระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสามารถกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบทางเลือกตามบริบทของสังคมและวิถีชีวิตของชาวเมียนมาร์ได้อย่างยั่งยืน โดยผู้ปกครองเข้ามีส่วนร่วมในการกำหนดและวางแผนหลักสูตรทางเลือก
4. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐ ท้องถิ่น นายจ้าง ผู้ประกอบการ โรงเรียนในระบบการศึกษาไทยตระหนักถึงความสำคัญและส่งเสริมการมีอยู่ของศูนย์การเรียนรู้เด็กผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติอย่างยั่งยืน ลดปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น ทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันในอนาคต

Other Campaign

Blankets4Help​

The villages on the high mountains at North of Thailand, the weather is very cold. The lowest temperature at night is 5 degrees. Join with Raks Thai Foundation to support blankets a product นด women from Ban Huai Pu Luang. To give it for vulnerable people who suffer from cold in areas that far from Chiang Mai and Nan provinces

Fight COVID-19 with Raks Thai

From the spread out of COVID-19. Raks Thai Foundation will help groups of people that far away from cities across the country, such as communities or villages where has been locked down.

Gender Equality to End Violence

Raks Thai Foundation want to let a whole world know that "Women are important. It is not a place for violence because of all of woman have self value and ability that able to use the potential to drive the country's economy "

ช่วยคนเปราะบางที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงโควิด-19

สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยสร้างความยากลำบากให้กับชุมชนในหลายจังหวัดโดยเฉพาะชุมชนที่พักอาศัยในพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำ ซึ่งจังหวัดที่เป็นพื้นที่ทำงานของมูลนิธิรักษ์ไทย คือ จังหวัดอยุธยา ในตอนนี้ชาวบ้านกว่า 1,000 ครัวเรือน กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วม