
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “น้ำท่วมภาคใต้” ไม่ได้เป็นเพียงภัยธรรมชาติ แต่กลายเป็นวิกฤตที่เกิดซ้ำและรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฝนตกหนักยาวนาน ร่องมรสุม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้หลายจังหวัดในภาคใต้ต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน
ภัยพิบัตินี้ส่งผลให้บ้านเรือนจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ พื้นที่เกษตรเสียหาย รายได้ของครัวเรือนหายไปในชั่วข้ามคืน โรงเรียนและศูนย์สุขภาพต้องหยุดให้บริการ ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านพร้อมกับความกังวลว่า “หลังน้ำลดแล้ว ชีวิตจะเดินต่ออย่างไร”
มูลนิธิรักษ์ไทยทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง ๆ กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยอาศัยเครือข่ายเจ้าหน้าที่และภาคีในพื้นที่ที่เข้าใจบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง และให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูในระยะยาว โดยเฉพาะการเสริมสร้างศักยภาพให้ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาดูแลตัวเองได้อีกครั้ง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “น้ําท่วมภาคใต้” ไม่ได้เป็นเพียงภัยธรรมชาติ แต่กลายเป็นวิกฤตที่เกิดซ้ําและรุนแรงขึ้นอย่างต่อ เนื่อง จากฝนตกหนักยาวนาน ร่องมรสุม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้หลายจังหวัดในภาคใต้ต้องเผชิญกับน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และน้ําท่วมขังเป็นเวลานาน
ในเมื่อยามมีภัยพิบัติเกิดขึ้น มูลนิธิรักษ์ไทยอยู่เคียงข้างผู้ประสบภัยและลงไปช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ภาคเหนือช่วงปี 2568 ส่งผลให้หลายจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในบางพื้นที่ สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่เกษตร และโครงสร้างพื้นฐานประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยและขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต


พร้อมทั้งทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนเพื่อประเมินสถานการณ์และความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมและตรงจุด
นอกจากนี้ มูลนิธิรักษ์ไทยยังได้ประสานความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการจัดหาและกระจายสิ่งของจำเป็น อาทิ อาหารแห้ง น้ำดื่ม และถุงยังชีพ ไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบในหลายจังหวัด โดยอาศัยเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงครัวเรือนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง
หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย มูลนิธิรักษ์ไทยยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยได้จัดตั้ง “กองทุนเมล็ดพันธุ์พืช” เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟู และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก มูลนิธิรักษ์ไทย สำนักงานอุบลราชธานี ไม่รอช้า เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมส่งมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้อพยพ
เจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทยได้เข้าดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงผู้อพยพ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเริ่มส่งมอบถุงยังชีพ รวมถึงปัจจัยในการดำรงชีวิตอื่น ๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
นอกจากนี้ มูลนิธิรักษ์ไทยยังได้ร่วมมือกับสภานักเรียนโรงเรียนเบญจลักษ์พิทยา จังหวัดศรีสะเกษ จัดกิจกรรม "วาดภาพ ระบายสี เติมพลังใจ" เพื่อช่วยเยียวยาจิตใจเด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวผ่านกิจกรรมศิลปะที่เสริมสร้างจินตนาการและความหวัง
มูลนิธิรักษ์ไทยขอขอบคุณในน้ำใจจากผู้บริจาคทุกท่านที่ไว้วางใจให้เราเป็นตัวกลางในการส่งมอบความช่วยเหลือความร่วมมือของท่านคือพลังสำคัญที่ทำให้เราสามารถดำเนินภารกิจได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
© Copyright 2020 by Raks Thai Foundation.