Publication Date : April 17, 2025

น้ำท่วมได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดปัตตานี 12 อำเภอ 111 ตำบล 597 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบมากถึง 37,295 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่จังหวัดยะลา มีผู้ได้รับผลกระทบ 32,830 ครัวเรือนใน 8 อำเภอ และจังหวัดนราธิวาสมากถึง 66,374 ครัวเรือน ครอบคลุม 13 อำเภอ 553 หมู่บ้าน
บ้านเรือนหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ถนนและเส้นทางจราจรถูกตัดขาดในหลายจุด บางพื้นที่ประสบปัญาดินสไลด์บนทางหลวง รวมถึงการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มในระดับวิกฤต หนึ่งในปัญหาสำคัญคือ “การขาดระบบเตือนภัยที่ครอบคลุมและแม่นยำ” ทำให้ชุมชนไม่สามารถเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที
องค์กรภาครัฐและภาคประชาสังคม ได้ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อทำอาหารกล่อง มอบเงินสนับสนุนแก่กลุ่มอาสาสมัครในพื้นที่ เช่น อ.มายอ จ.ปัตตานี, อ.บันนังสตา จ.ยะลา และ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส นอกจากนี้ยังมีการแจก “ถุงยังชีพ - ถุงกำลังใจ” จำนวน 120 ชุด มูลค่ารวมกว่า 113,000 บาท
ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วม การฟื้นฟูยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแจกถุงยังชีพเพิ่มเติมอีก 330 ชุด งบประมาณกว่า 151,800 บาท ซึ่งรวมถึงของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอก ผ้าอนามัย และอาหารแห้ง พร้อมส่งมอบข้าวสาร ยา เสื้อผ้า ผ่านเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่
ในระหว่างการให้ความช่วยเหลือ ได้มีการเน้นย้ำมาตรการ PSHEA และ GENDER เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ และให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยจัดช่องทางร้องเรียนที่ชัดเจน เช่น ผ่าน Facebook, LINE และเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลายแห่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนพื้นที่โรงครัว และยานพาหนะสำหรับเข้าช่วยเหลือ เช่น อบต.ลุโบ๊ะยิไร และ อบต.ตรัง จ.ปัตตานี, อบต.เขื่อนบางลาง จ.ยะลา และ อบต.ปะลุกาสาเมาะ จ.นราธิวาส
วิกฤตในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ทั้งการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ การให้ความช่วยเหลือที่รวดเร็วและทั่วถึง ตลอดจนการวางแผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุอย่างครอบคลุม ซึ่งล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนและอาสาสมัครในพื้นที่
เด็ก ๆ มีสิทธิที่จะได้รับการพัฒนา อันเป็นสิทธิพื้นฐานของเด็กทุกคนเมื่อเกิดมา ไม่ว่าจะเป็นเด็กเชื้อชาติ สัญชาติไหนหรืออาศัยอยู่ที่แห่งใดบนโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้แต่เด็ก ๆ ลูกแรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย พวกเขา/เธอก็มีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาเช่นเดียวกัน แต่การเข้าถึงการศึกษาของเด็กกลุ่มนี้
ช่วงเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา แรงงานข้ามชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการของระบบเศรษฐกิจไทย เป็นจำนวนมาก มูลนิธิรักษ์ไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ให้ตระหนักถึงสิทธิของตน โดยได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ผ่านหลากหลายโครงการ
สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นประเด็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย และเมื่อพิจารณาข้อมูลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน(จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม) พบว่าประชากรอายุระหว่าง 15-24 ปีมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกไม่ปลอดภัย/ไม่ป้องกัน
© Copyright 2020 by Raks Thai Foundation.