แผนที่ดิจิทัลที่คืนเสียงให้ชุมชน
ภาคเหนือของไทยมีชุมชนท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ที่พึ่งพาป่าดิน และแหล่งน้ํามาหลายชั่วอายุคน แต่เมื่อรัฐประกาศพื้นที่ เป็นป่าของรัฐ ความไม่ชัดเจนเรื่องสิทธิในที่ดินทําให้ชาวบ้าน จํานวนหนึ่งถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก จนนําไปสู่ความขัดแย้ง ระหว่างรัฐกับชุมชนและกระทบต่อความมั่นคงในการดํารงชีวิต
มูลนิธิรักษ์ไทยจึงนําเทคโนโลยี GIS มาพัฒนาเป็นกระบวน การ Participatory GIS (PGIS) โดยทํางานร่วมกับชุมชน สํารวจและจัดทําแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น พื้นที่ทํากิน ป่าชุมชน พื้นที่อนุรักษ์ และจุดสําคัญของชุมชน เพื่อใช้เป็น ข้อมูลในการวางแผนจัดการทรัพยากรอย่างโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
PGIS จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคนิค แต่เป็นกระบวนการสร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นทั้ง “หลักฐานสิทธิ” และเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเจรจาเชิงนโยบาย ช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจร่วมกัน “คืนเสียง” และ “พลังของชุมชน” ในการกําหนดอนาคตของตนเองให้กับผู้คนในผืนป่าใหญ่ได้อย่างยั่งยืน
“เพาะดี กินดี” คือแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยของมูลนิธิรักษ์ไทย ที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของ ระบบเกษตรไทย ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือระยะสั้น เพราะเกษตรกรยังต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูง ความ ผันผวนของตลาด และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ผลผลิตและรายได้ไม่มั่นคง และมี อํานาจต่อรองต่ําในห่วงโซ่มูลค่าทางการเกษตร
โครงการนี้มุ่งเปลี่ยนบทบาทเกษตรกรจาก "ผู้ผลิตวัตถุดิบราคาถูก” สู่ “ผู้สร้างมูลค่าและผู้ประกอบ การเกษตรอย่างยั่งยืน” ผ่านกระบวนการวิเคราะห์และพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าทางการเกษตร ตั้งแต่การออกแบบ และวางแผนการผลิต การยกระดับคุณภาพสินค้า ไปจนถึงการตลาดและการเชื่อมโยงผู้บริโภค พร้อมสนับสนุน การรวมกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน การผลิตตามมาตรฐานพืชอาหารปลอดภัย (GAP) และการทําเกษตรฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้ ควบคู่กับการฟื้นฟูดิน น้ํา และ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ผลผลิตจากเกษตรกรในโครงการถูกเชื่อมต่อไปยังผู้จัดหา SME บริษัทเอกชน โรงเรียน โรงพยาบาล และร้านอาหาร เกิดความเชื่อมโยงที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค
“เพาะดี กินดี” จึงไม่ใช่เพียงโครงการส่งเสริมการผลิต แต่คือการปรับระบบทั้งห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง มีรายได้มั่นคง มีศักดิ์ศรีในอาชีพ และเป็นกำลังสำคัญของความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว
เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงน้ําสะอาดของจรมชนบนพื้นที่สูง มูลนิธิรักษ์ไทย พัฒนาระบบประปาภูเขาใน 4 ชุมชน ได้แก่ บ้านแม่จุมสาม, บ้านขุนแม่นาย (อ.แม่แจ่ม), บ้านกอก (อ.เชียงกลาง), และบ้านสว้าเหนือ (อ.บ่อเกลือ) ครอบคลุม 557 ครัวเรือน รวม 1,868 คน (เป็นผู้หญิง 50.08%) ได้ รับประโยชน์จากน้ําสะอาดปลอดภัย โครจรจการยังส่งเสริม การอนุรักษ์ป้า ต้นน้ํากว่า 7,834 ไร่ สนับสนุนเป้าหมาย SDGs ด้านน้ําสะอาด (ป้าหมายที่ 6) และระบบนิเวศทางบก (เป้าหมายที่ 15)
ดําเนินการโดย: มูลนิธิรักษ์ไทยสนับสนุนโดย: Alstom Foundation
เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงน้ําสะอาดของจรมชนบนพื้นที่สูง มูลนิธิรักษ์ไทย พัฒนาระบบประปาภูเขาใน 4 ชุมชน ได้แก่ บ้านแม่จุมสาม, บ้านขุนแม่นาย (อ.แม่แจ่ม), บ้านกอก (อ.เชียงกลาง), และบ้านสว้าเหนือ (อ.บ่อเกลือ) ครอบคลุม 557 ครัวเรือน รวม 1,868 คน (เป็นผู้หญิง 50.08%) ได้ รับประโยชน์จากน้ําสะอาดปลอดภัย โครจรจการยังส่งเสริม การอนุรักษ์ป้า ต้นน้ํากว่า 7,834 ไร่ สนับสนุนเป้าหมาย SDGs ด้านน้ําสะอาด (ป้าหมายที่ 6) และระบบนิเวศทางบก (เป้าหมายที่ 15)
ดําเนินการโดย: มูลนิธิรักษ์ไทยสนับสนุนโดย: Alstom Foundation
BIOFIN: The Biodiversity Biodiversity Finance Initiative BIOFIN (โบโอฟิน) คือ โครงการที่เริ่มโดย UNDP ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อช่วยประเทศต่าง ๆ วางแผนเรื่องเงินทุนสําหรับการอนุรักษ์ ธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น สัตว์ ป่า ต้นไม้ ระบนิเวศต่างๆ โดยนํากรอบความคิดและกระบวนการ BIOFIN methodology หรือ การพัฒนาแผนการระดมทุนเพื่อ อนุรักษ์และฟื้นฟูความลายทางชีวภาพและการจัดลําดับความสําคัญ ของโครงการที่ควรได้รับ อย่างถูกที่ถูกเวลา เงินทุนควรจะมาจาก แหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นระดับชาติหรือระดันชาติ ทั้งภาครัฐแลเอกชน ในรูปแบบดั้งเดิมและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อหาผสมผสานการลงทุน เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ