สิทธิและโอกาสของแรงงานข้ามชาติสตรี

     แต่ความจริงมิใช่เช่นนั้น แรงงานข้ามชาติมีทั้งชายและหญิงในจำนวนที่ทัดเทียมกัน ในประเทศไทยซึ่งเป็นปลายทางของแรงงานอพยพมาหลายทศวรรษ แรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นจากลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม ส่วนใหญ่เข้ามาเป็นแรงงานไร้ทักษะตามเมืองใหญ่

     ข้อมูลจาก รายงานการย้ายถิ่นของประเทศไทย ปี 2562 จัดทำโดยองค์กรภาคีของคณะทำงานเฉพาะเรื่องแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการย้ายถิ่นของประเทศไทย  ระบุว่าแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในประเทศไทยนั้นมีประมาณ 8.5 เปอร์เซ็นต์ของกำลังแรงงานในประเทศ แรงงานกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 3.9 ล้านคน และในจำนวนนี้ ครึ่งหนึ่งคือแรงงานข้ามชาติสตรี

     จากการทำงานช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ ของมูลนิธิรักษ์ไทย ในจังหวัดชลบุรีและระยอง พบว่า แรงงานหญิงข้ามชาติที่เข้ามาในเมืองไทยนั้น มีทั้งกลุ่มที่เข้ามาในลักษณะของการติดตามสามีเข้ามาทำงาน และกลุ่มที่เข้ามาเองโดยอิสระเพื่อแสวงหาโอกาสและทางเลือกที่ดีกว่าในชีวิต เพื่อนำรายได้กลับไปส่งเสียครอบครัว ซึ่งกลุ่มหลังนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น

     แรงงานหญิงข้ามชาติต้องเผชิญความท้าทายจากภาพเหมารวมที่สังคมมีต่อผู้หญิง ที่ต้องเป็นเมียและแม่ของครอบครัว  และเมื่อเข้าสู่การเป็นแรงงานหญิงข้ามชาติแล้วพวกเธอยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ การถูกทำร้ายทรมาน และค่าแรงที่ไม่เป็นธรรม รวมไปถึงการถูกเลือกปฏิบัติในโอกาสที่จะได้เข้าทำงาน

     พูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ความเป็นแรงงานหญิงข้ามชาตินั้นถูกกดทับ ทั้งจากความเป็นแรงงานข้ามชาติ และความเป็นเพศหญิงของเธอเอง ดังนั้นการช่วยเหลือแรงงานสตรีกลุ่มนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงมิติด้านเพศสภาพและความต้องการที่แท้จริงจากเจ้าของปัญหาด้วยตนเอง

     โครงการความปลอดภัยและยุติธรรม : สิทธิและโอกาสของแรงงานข้ามชาติสตรีในภูมิภาคอาเซียน (Safe and Fair : Realizing Women Migrant Workers’ Rights and Opportunities in the ASEAN Region) เป็นโครงการที่มูลนิธิรักษ์ไทย ดำเนินงานช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติสตรีในจังหวัดชลบุรี และระยอง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อให้เกิดการเสริมทักษะแก่แรงงานหญิง และส่งเสริมให้เกิดแกนนำผู้หญิงที่จะช่วยสอดส่องเหตุการณ์ในชุมชน ในเรื่องสิทธิแรงานและเรื่องความรุนแรงต่อเพศหญิง

     ก่อนเริ่มทำงาน ทางเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิรักษ์ไทย ได้จัดกลุ่มพูดคุยสัมภาษณ์กับตัวแทนแรงงานหญิงว่า พวกเธอมีความต้องการพัฒนาทักษะอะไรในชีวิตการทำงาน เมื่อต้องมาทำงานอยู่ในเมืองไทย

     คำตอบอันดับแรกคืออยากเรียนภาษาไทย เพื่อให้สื่อสารได้ อ่านป้ายออก จึงนำมาสู่การจัดทำหลักสูตรสอนภาษาไทยให้แรงงานหญิงข้ามชาติ เนื้อหาเน้นการพูด-ฟัง และการอ่านอย่างง่าย ๆ  แต่โชคร้ายที่ว่าเมื่อทำหลักสูตรเสร็จแล้ว เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ต้องเลื่อนการเรียนการสอนออกไปก่อน เนื่องจากชั้นเรียนในคราวหนึ่งจะมีนักเรียนประมาณ 25 คน การมาเรียนรวมกันอาจจะกลายเป็นการแพร่เชื้อไปได้

โครงการอื่นๆ

สร้างอนาคตเด็กไทย: ก้าวไปด้วยกันกับมูลนิธิรักษ์ไทย

สร้างอนาคตเด็กไทย: ก้าวไปด้วยกันกับมูลนิธิรักษ์ไทย

“เพราะเด็ก คือ คนที่จะขับเคลื่อนสังคมต่อไป” มูลนิธิรักษ์ไทย มุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพเด็ก ให้มีความรู้ ทักษะ และเสริมสร้างภาวะผู้นำ เราจะสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน และ สร้างอนาคตที่ดีของสังคมต่อไป

ศูนย์เรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติ จ.ปัตตานี

ศูนย์เรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติ จ.ปัตตานี

เด็ก ๆ มีสิทธิที่จะได้รับการพัฒนา อันเป็นสิทธิพื้นฐานของเด็กทุกคนเมื่อเกิดมา ไม่ว่าจะเป็นเด็กเชื้อชาติ สัญชาติไหนหรืออาศัยอยู่ที่แห่งใดบนโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้แต่เด็ก ๆ ลูกแรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย พวกเขา/เธอก็มีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาเช่นเดียวกัน แต่การเข้าถึงการศึกษาของเด็กกลุ่มนี้

ศูนย์การเรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติ จ.สมุทรสาคร

ศูนย์การเรียนรู้ลูกแรงงานข้ามชาติ จ.สมุทรสาคร

ช่วงเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา แรงงานข้ามชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการของระบบเศรษฐกิจไทย เป็นจำนวนมาก มูลนิธิรักษ์ไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ให้ตระหนักถึงสิทธิของตน โดยได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ผ่านหลากหลายโครงการ

ส่งเสริมความรู้อนามัยเจริญพันธุ์ในนักศึกษา กศน.

ส่งเสริมความรู้อนามัยเจริญพันธุ์ในนักศึกษา กศน.

สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นประเด็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย และเมื่อพิจารณาข้อมูลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน(จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม) พบว่าประชากรอายุระหว่าง 15-24 ปีมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกไม่ปลอดภัย/ไม่ป้องกัน